วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

ความหลังเมื่อครั้งเก่า


บางเรื่องราวก็น่าประทับใจเกินกว่าจะเก็บไว้ชื่นชมเพียงลำพัง

สำหรับบางคน เรื่องราวต่อไปนี้ อาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านมาในชีวิตแล้วผ่านไป ขอให้ผู้อ่านลองมองดูเหตุการณ์ผ่านตัวอักษรที่ผมพยายามอย่างยิ่ง ที่จะร้อยเรียงขึ้นจากความทรงจำในวันนั้น ให้จบก่อน แล้วไตร่ตรองด้วยสติปัญญาของผู้อ่านเอง ว่าเรื่องราวต่อจากนี้ สมควรได้รับการเผยแพร่ออกไปให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้หรือเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อเหลวไหล มีไว้อ่านเพื่อความบันเทิงก็พอ อย่างไรก็ตาม ผมต้องการบอกกับผู้อ่านทุกท่านว่า สิ่งดีๆเรื่องราวดีๆนั้น เกิดขึ้นได้เสมอ ตราบเท่าที่มนุษย์รู้จักให้คุณค่าความสำคัญกับอะไรก็ตาม ที่ไม่ใช่ตัวเราเอง และทุกครั้งที่นึกถึง มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีๆเสมอ
ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายคนคงมีโอกาสได้ชมภาพประทับใจภาพหนึ่ง  ที่เคยเป็นประเด็น ที่ผู้คนมากมายกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางในโลกอินเตอร์เน็ต  ลุกลามมาถึงสื่อกระแสหลักอย่างสื่อโทรทัศน์ เป็นภาพของนักเรียนช่างกล(ในสื่อระบุอย่างนั้น)ช่วยกันเข็นรถโดยสารประจำทางสายหนึ่ง ที่จอดเสียอยู่กลางถนน ท่ามกลางแดดจ้าและการจราจลที่ติดขัดของเมืองกรุง สิ่งที่ผมจะถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับรู้ต่อจากนี้ เป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกันมากเหลือเกิน เพียงแต่เรื่องราวนี้เกิดขึ้นก่อน และมีลายละเอียดต่างออกไปบ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง
บ่ายวันหนึ่งของฤดูร้อนปี2551ผมเดินทางกลับจากทำธุระ โดยรถโดยสารร่วมประจำทางมินิบัสสีเขียวสาย71
ผู้โดยสารบนรถคันนั้นไม่แออัดมากนัก ทุกที่นั่งเต็ม มีผู้โดยสารยืนประมาณสี่ห้าคน ผมได้มีโอกาสนั่งที่เบาะหลังสุดตรงกลางพอดี พัดลมเพดานนั้นได้ไม่เสีย เพียงแต่มันไม่อาจส่ายหน้าไปทางไหนได้อย่างที่ควรจะเป็น ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าผมรับอานิสงฆ์จากพัดลมพิการนั้นไปเต็มๆ ขณะที่ตัวผมเต็มไปด้วยเหงื่อเหนียวเหนอะหนะ  กลิ่นควันจากท่อไอเสียตลบอบอวนทุกครั้งที่รถจอดติดเป็นเวลานาน แม้จะพำนักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯมานาน เดินทางด้วยรถเมล์ร้อนแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่ทำให้ผมรู้สึกชินชาแต่อย่างใด ยิ่งทำให้ผมเบื่อหน่าย หงุดหงิดรำคาญแบบนี้ทุกครั้งไป ทำไงได้ล่ะ คนเบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างผมไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอก ความร้อนอบอ้าวทำเอาผมเริ่มฟุ้งซ่านไปกันใหญ่ เริ่มรำคาญผู้โดยสารสองคนที่นั่งติดกัน แขนทั้งซ้ายขวาวางแปะไปกับแขนของคนทั้งสอง เหงื่อเหนียวๆทำให้ผมต้องเอาแขนเช็ดกับขากางเกงอยู่บ่อยครั้ง แถมผู้โดยสารด้านขวามือดันหลับสัปหงก เอาหัวมาชนไหล่ผมอยู่เนืองๆ ด้านขวามือผู้โดยชายยืนบังหน้าต่างอยู่  แกคงร้อนและอยากให้ลมข้างนอกพัดผ่านตัวบ้างเมื่อรถเคลื่อนตัว แต่แกคงลืมว่าคนอื่นในรถก็เหมือนแกนั่นแหละ ด้าน ซ้ายมีอีกคนยืนขวางประตูหลังอยู่เช่นกัน ใจนึกอยากจะถีบหมอนี่ออกไปให้พ้นประตูซะ ลมจะได้พัดเข้ามาให้ชื่นใจบ้าง  จะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยความอัตคัด ขัดใจไปซะหมด ส่วนไอ้หนุ่มวัยรุ่นที่นั่งเบาะหน้าประตูหลัง ก็คุยโทรศัพท์เสียงดังโขมงโฉงเฉงน่ารำคาญนัก  ขณะที่ผมกำลังหงุดหงิดคิดโทษดินโทษฟ้าด่าชาวบ้านในใจนั่นเอง เจ้ามินิบัสก็เคลื่อนตัวผ่านแยกไฟแดงพระรามเก้าเข้าสู่ย่านรามคำแหง ลมเอื่อยๆผสมกลิ่นควันพัดผ่านผิวที่ชื้นด้วยเหงื่อ ความเย็นทำให้อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เพียงไม่นาน  ข้ามแยกมาไม่ถึงป้ายแรกด้วยซ้ำ จู่ๆเครื่องยนต์ก็ดับลง พร้อมกับตัวรถที่หยุดการเคลื่อนตัวกระทันหัน  ผู้โดยสารหลายคนหัวคะมำไปข้างหน้า ที่ยืนอยู่ก็เทตัวไปติดเบาะกันหมด รวมทั้งผมด้วย ชายสัปหงกที่นั่งข้างๆตกใจตื่น มองซ้ายมองขวาหน้าตาเลิกลัก ส่งสายตามาที่ผมเหมือนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น มินิบัสจอดสงบนิ่งอยู่บนถนนเลนส์กลาง รามคำแหงขาออก ตรงทางขึ้นทางยกระดับพอดิบพอดี ในขณะที่ไฟเขียวยังปล่อยรถตามมาจากด้านหลังอยู่เรื่อยๆ รถที่อยู่เลนส์ซ้ายและขวาก็พยายามเคลื่อนไป ส่วนเลนส์กลางที่ตามหลังมินบัสมา ก็ติดแหงกอยู่ตรงนั้น จะออกซ้ายก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ คนขับมินิบัสพยายามสตาร์ทอยู่สองสามครั้ง แต่ไม่มีวี่แววว่าจะติด จนต้องร้องตะโกนให้ผู้โดยสารลงไปช่วยเข็น ไม่ต้องเอ่ยซ้ำสอง ผู้โดยสารทั้งชายหญิงกรูลงจากรถ ผู้หญิงก็วิ่งเข้าฟุตบาทข้างทางส่วนผู้ชายมารวมกันที่ท้ายรถ ทั้งหมดช่วยกันเข็น ช่วยกันดันให้รถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ รถค่อยๆเคลื่อนตัวเร็วขึ้น คนขับรอจังหวะให้รถเคลื่อนตัวให้ความเร็วได้ระดับ แล้วหักพวงมาลัยพยายามเบียดเข้าเลนส์ซ้ายพร้อมกับเข้าเกียร์แล้วปล่อยคลัช เสียงกระทบเสียดสีกันของเฟื่องเกียร์ดังขึ้นหนึ่งครา มินิบัสกระตุกกึกๆๆๆเสียงเครื่องยนต์ก็คำรามขึ้นอีกครั้ง คนขับเร่งเครื่องยนต์ซ้ำๆเสียงดังสนั่น ควันดำก้อนใหญ่ถูกพ่นออกมาจากท่อไอเสีย บนฟุตบาทผมได้ยินผู้โดยสารหญิงบางคนปรบมือด้วยความปิติยินดี  พวกเราเองบางคนที่ลงไปเข็นรถก็ปรบมือดีใจกะเค้าด้วย ผู้โดยสารทั้งหมดกรูกลับขึ้นไปบนรถอีกครั้ง ทุกคนหอบเหนื่อย แต่ก็มีใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม อิ่มเอม คนขับเอ่ยขอบคุณผู้โดยสารด้วยน้ำใสใจจริงอย่างไม่ขาดปาก  เหตุการณ์ที่รถดับแล้วกลับมาคืนชีพใหม่อีกครั้งกินเวลาไม่ถึงสองนาที ช่วงเวลาสั้นๆที่เปี่ยมไปด้วยพลังสามัคคี ร่วมมือร่วมใจจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนตัวผม ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น และดีใจที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นที่อยู่บนท้องถนนเดือดร้อนหนักมากไปกว่ารถติดตามปกติ  บอกตรงๆว่าผมไม่คิดว่ามินิบัสคันนี้มันจะกลับมาวิ่งได้ในเวลาอันสั้นแบบนั้น ฟ้ามืดลงตั้งแต่ก่อนมาถึงแยกนานแล้ว ช่วงเวลาประมาณทุ่มยาวไปจนถึงดึก เป็นที่รู้กันว่าเส้นทางผ่านหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น รถติดมหาโหดขนาดไหน แต่ค่ำวันนั้น หลังจากเรากลับขึ้นรถ ดูเหมือนพระเจ้ามองเห็นว่าพวกเราได้ทำอะไรไป การเคลื่อนตัวจากหน้าเดอะมอลล์รามฯไปจนถึงแยกลำสาลี(ที่ผมต้องลง)นั้นเป็นไปด้วยความลื่นไหลอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน  เหงื่อชุ่มๆเหือดแห้งไปพร้อมกลับลมเอื่อยๆเมื่อมินิบัสเคลื่อนไปข้างหน้า ผู้โดยสารหลายคนทยอยลงตรงเดอะมอลล์บ้าง บิ๊กซีบ้าง เชื่อว่าหลายๆคนที่อยู่ที่นั่นวันนั้น คงลืมเลือนมันไปบ้างตามกาลเวลา แปลกที่ก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกว่าผู้โดยสารคนอื่นๆเป็นเพียงคนแปลกหน้าธรรมดาๆที่ผ่านมาขึ้นรถคันเดียวกัน แล้วก็คงจบจากกันไป ไม่มีความหมายใดๆ  ทั้งสิ้น เหมือนทุกๆครั้ง  แต่หลังจากนี้ พวกเขาจะไม่ธรรมดาอีกแล้วสำหรับผม ถึงแม้เราจะไม่ได้เจอกันหรือจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เลย ผมกลับถึงที่พักด้วยหัวใจที่พองโตอิ่มเอม นานเท่าไหร่ตั้งแต่มาใช้ชีวิตในเมืองหลวง ที่ไม่ได้รู้สึกดีๆเช่นนี้
ภาพนักเรียนช่างกลช่วยกันเข็นรถโดยสารฯที่ฮือฮากันอยู่พักหนึ่ง จึงไม่เป็นเพียงภาพประทับใจอย่างที่คนทั่วไปรู้สึก สำหรับผม มันลึกซึ้งกว่านั้นมาก อาจเพราะผมได้เคยประสบเหตุการณ์แบบนั้นมาด้วยตัวเองก็เป็นได้  

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดิน น้ำ ลมไฟ กับประสบการณ์เฉียดตายเมื่อผมเผาตอซังข้าว



                         
วันนี้ผมตัดสินใจเผาตอซังข้าวในที่นาที่เต็มไปด้วยหญ้ารกทึบ  แม้จะใช้เวลาทำแนวกันไฟเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์ แล้วแต่ก็ยังทำไม่เสร็จ อาจต้องทำต่อไปอีกวันหรือสองวัน จึงจะเสร็จสมบูรณ์ การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์
 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมปฏิบัติการอันอุกอาจเช่นนี้ หลายครั้งที่ผ่านมา ผมไม่เคยได้เตรียมแนวกันไฟที่รัดกุมเช่นนี้มาก่อนเลย การเผาที่ผ่านมาจึงจบลงด้วยการระดมชาวบ้านมาช่วยกันดับไฟกันอย่างโกลาหล แต่คราวนี้ ผมมั่นใจว่า เอาอยู่(ไม่เข็ดหลาบ)
 ผมใช้เวลาในทุกๆเย็นประมาณสองหรืออาจถึงสามชั่วโมงในการคราดตอซังข้าวและหญ้าแห้งเป็นแนวไปตามขอบคันนา ให้แน่ใจว่า เมื่อจุดไฟเผาแล้วมันจะไม่ลามไปในที่ๆเราไม่ต้องการ แผนการง่ายๆที่คิดเอาไว้นั้นก็คือ แนวกันไฟต้องล้อมรอบเขตแดนทั้งหมด แล้วค่อยเผาในคราวเดียว
ประมาณสัปดาห์ที่แล้วผมได้ดูข่าวอันน่าสลดใจข่าวนึง เป็นข่าวการเสียชีวิตของชายชราท่านนึง เพราะการเผาตอซังข้าวนั่นเอง ผมไม่ทราบว่าแกพลาดตรงไหน เพราะตามข่าวแกมีกันสองคน น่าจะช่วยเหลือกันได้   หรืออาจเพราะ เรี่ยวแรง กำลังวังชา ความปราดเปรียว คงร่วงโรยไปตามวัย ถึงทำให้แกหนีออกมาจากวงล้อมของไฟไม่ได้ วันที่ได้ข่าวเป็นวันที่ผมเริ่มทำแนวกันไฟไปได้แล้วสองวัน ผมบอกับตัวเองว่า ผมจะไม่เป็นเหมือนชายชราผู้นั้น ข่าวการตายของแกเป็นบทเรียนที่ดีของใครก็ตามที่คิดจะเผาตอซังข้าวและไม่ว่าจะเผาด้วยเหตุผลกลใด
ส่วนตัวผมเองไม่ได้อยากจะเผาตอซังข้าวหรอกครับ แต่ผมอยากเผาหญ้ามากกว่า หญ้าในนาปีนี้มันเยอะมากเหลือเกิน มากซะจนเมื่อมองเห็นที่ไรจะประสาทเสียทุกที ที่มันเยอะขนาดนั้นก็ไม่ใช่เพราะใคร ก็เพราะผมเองนั้นแหละครับ ปีที่แล้ว  ผมอยากทดลองหยอดเมล็ดข้าวด้วยอุปกรณ์ที่ไปเจอมาในยูทูป เจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้ มันเวิร์คมากๆครับคุณผู้อ่าน รูปร่างลักษณะของมัน ให้คุณผู้อ่านจินตนาการถึงรถเจ็ก ที่ใช้เป็นพาหนะรับจ้างของคนสมัยก่อนนะครับ เพียงแต่ล้อของเจ้านี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณศอกนิดเท่านั้นเอง พอนึกออกไหมครับ หน้าตามันก็ประมาณนี้ครับ มันมีคานเหล็กกลวงเบายื่นออกมาด้านหน้าสำหรับคนลาก ส่วนที่นั่งผู้โดยสารในรถเจ็ก ให้ตัดออกไปนะครับ ระหว่างล้อทั้งสอง จะมีรูปทรงกระบอกพลาสติกถ้าจำไม่ผิดจะมีสี่ถึงห้าลูก เรียงกันเป็นแนวนอน ตรงกลางกระบอกนี่ถูกเจาะไว้สำหรับคานเหล็กที่เชื่อมระหว่างล้อทั้งสองข้าง เจ้ารูปทรงกระบอกนี่แหละครับที่เค้าทำเอาไว้สำหรับใส่เมล็ดพันธ์ข้าวสำหรับหยอดนั่นเองล่ะครับ ลูกนึงก็ประมาณกระป๋องยาพลาสติกที่เราเห็นตามโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย(ปัจจุบันเรียกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน) ออ ทรงกระบอกนั้นจะมีรูที่เจาะไว้รอบๆทั้งด้านซ้ายและขวาสำหรับให้เมล็ดข้าวหล่นลงเมื่อเราเดินลากไปข้างหน้าครับ  แหมพอไปลากจริง ก็เห็นใจควายเลยครับ สมัยก่อนที่ใช้ควายเดินนำหน้าเมื่อไถนา ลากไถพลิกดินขึ้นมาที่ละเมตรๆ ควายมันต้องใช้แรงมากขนาดไหน อุปกรณ์ของผมไม่ได้หนักเหมือนไถเลยซักนิด  แต่ขอบอกว่าโคตรเหนื่อย และใช้แรงมากๆครับ โคลนตมในนามันดูดเรี่ยวแรงไปซะหมด ในคลิป เมื่อชาวนาทดลองหยอดเมล็ดข้าวด้วยอุปรณ์นี้เสร็จแล้วแกก็มีคลิปต่อมาอีกเรื่อยๆ เป็นความคืบหน้าต่างๆหลังจากที่เริ่มหยอดจนกระทั่งเก็บเกี่ยว ต้นข้าวที่หยอดไปงอกขึ้นเป็นแถวเป็นระเบียบ ระยะห่างระหว่างแถว กว้างสม่ำเสมอ มีหลายอย่างในคลิปที่ผมไม่ได้ทำตาม ซึ่งสำคัญมาก รวมไปถึงการดูแลเอาใจใส่หลังจากหยอดเมล็ดพันธุ์แล้วด้วย
ในคลิปแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เราจะตัดขั้นตอนการถอนกล้าแล้วมาปักดำได้ ซึ่งต้องใช้แรงงานคนมาก แล้วค่าจ้างก็แพงมากขึ้นทุกปี เราสามารถลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและลดต้นทุนในการผลิตลงได้มาก น่าจะเป็นการทำนาที่มีประสิทธิภาพและน่าจะได้ผลผลิตไม่แพ้น่าดำ(ตามคลิป) แล้วเมื่อได้ทดลองใช้จริงแล้ว ผลนะเหรอครับ  ต้นข้าวดันโตไม่ทันหญ้า เพราะปีกลายหลังจากหยอดข้าวเสร็จ ฝนก็ทิ้งช่วงทันที น้ำในนาเริ่มแห้ง เมื่อน้ำไม่ขัง หญ้าก็ไม่เน่าตาย แถมเจริญงอกงามสุดๆ มองไปในท้องนา แทบมองไม่เห็นต้นข้าวเลย ผลผลิตไม่ต้องพูดถึง แม้แต่นาหว่านยังได้ข้าวเยอะกว่าเป็นสองเท่าของนาหยอดของผม การทดลองครั้งแรก ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งเจ็บทั้งอายระคนปนเปกันไป เห็นไหมคุณผู้อ่าน ทำเกษตรนี้ไม่ง่าย(เหมือนในคลิปเลย)จริงไหมครับ แหมถ้าฝนไม่ทิ้งช่วงละก็นะคุณเอ้ยย  ฮีโถ่ ไม่อยากจะคุย (ยังจะกล้าคุยอีกนะ)
กลับมาสู่เหตุการณ์ระทึกขวัญ(ตรงไหน)กันต่อครับ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าแนวกันไฟยังทำไม่เสร็จ แต่ไม่รู้ผีห่าซาตานตนไหนมันดลใจให้ผมตัดสินใจจุดไฟ ไฟที่จะเกือบฌาปณกิจตัวผมเอง
ไฟ
ขณะที่เริ่มผมจุดไฟแช็คสีเหลืองนั่น ในหัวผมมันตั้งคำถามว่า แล้วจะทำแนวกันไฟที่เหลือทันเหรอ แผนของเราคือทำแนวกันไฟรอบเขตแดนให้ครบทุกด้านแล้วค่อยเผาไม่ใช่เหรอ ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่ท้าทายนั่น ผมเหมือนเด็กเอ๋อๆคนนึง ในตอนนั้นบอกมันไม่ถูก มันเหมือนมีอะไรมาสิงสู่ เปลวไฟเริ่มลุกลามไปที่ละน้อย  ผมถอยหลังออกมาพอไม่ให้รู้สึกร้อนเกินไป มองพระเพลิงเผาผลาญศัตรูข้าวของผมอย่างสะใจ
ลม
เย็นวันนี้เท่าที่สังเกตุ ผมไม่พบว่าจะมีวี่แววของลมเลย  สี่โมงเย็น ต้นฤดูร้อน แดดร้อนระอุบวกกับไฟในท้องทุ่งทั้งสองส่วนมันผนึกกำลังกันได้อย่างลงตัว ผลักดันให้ผมต้องถอยห่างออกไปไกลขึ้นอีก จนกระทั่งเข้านาทีที่สิบโดยประมาณหลังจากเริ่มจุดไฟ ร่างกายค่อยๆเปียกด้วยเหงื่อไคล้ ฝุ่นผง เขม่าควันไฟเกาะติด ทั้งเรือนกายและอาภรณ์ สกปรกมอมแมมไปทั้งตัว ขณะหนึ่งในเสี้ยววินาที รู้สึกได้ถึงความเย็นแผ่วๆตามแผ่นหลัง และเย็นขึ้นเรื่อยๆ  เจ้าวายุนั่นเอง มันได้พัดมาเยือนเมื่อไฟเผาผลาญไปกินเนื้อที่ประมาณหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ทั้งหมด  ในคราแรกเริ่ม เพลิงลุกไหม้อย่างเชื่องช้า แล้วค่อยลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงแตกปะทุของหญ้าสด หญ้าแห้ง ตอซัง ตักแตน แมลงน้อยใหญ่ดังสนั่นลั่นทุ่งเมื่อลมพัดเปลวเพลิงโหมโลมเลียไปถึง ความเร็วของการเผาไหม้เพิ่มขึ้นเป็นสองหรืออาจจะสามเท่าของเมื่อสิบนาทีเรกและลมยังคงพัดแรงขึ้น ความกังวลเรื่องระยะของแนวกันไฟที่อาจจะแคบเกินไปในบางจุด ทำให้ผมนึกบางอย่างขึ้นได้  ผมผละออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปทำบางอย่าง  บางอย่างที่ควรทำตั้งแต่เริ่มจุดไฟแช็คเฮงซวยนั่น
น้ำ
ถังสีพลาสติกเปล่าเก่าๆใบนั้นผมหยิบมาจากหลังบ้าน เพื่อมาทดแทนใบเดิมที่ถูกขโมยไป เดาว่าเป็นฝีมือของคนเก็บของเก่าขาย ผมไม่รู้ว่ามันมีราคาค่างวดขนาดไหน แต่เมื่อมันหายไป มันก็สร้างความเจ็บแค้นใจให้ผมอยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยผมใช้มันตักรดต้นไม้ที่หามาปลูกไว้ ตลอดระยะเวลาที่ฟ้าหมดฝนเมื่อปีกลาย มันก็ดูเก่ามากๆเก่าเสียจนไม่คิดว่า จะมีใครมาขโมยเอาไปขาย ให้ตายเถอะ ส่วนเจ้าถังอีกใบนี้ มันก็เข้ามาทำหน้าที่ได้เดือนกว่าๆแล้ว
ผมเริ่มฉุกคิดถึงมัน เมื่อเห็นว่าพระเพลิงที่พิโรธถึงขีดสุดเพราะถูกเจ้าวายุน้อยพัดเย้ยเอา แนวกันไฟบางช่วงที่อาจแคบเกินไปที่จะกั้นเปลวเพลิงอันทรงพลังนี้  วารีผู้อารีย์เท่านั้นที่จะทำให้พระเพลิงสงบลง ความรีบร้อน พื้นนาที่ขรุขระ หญ้ารกชัฏสูงเทียมเข่า เป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับการลำเลี้ยงน้ำหนึ่งถังไปตามจุดต่างๆ  น้ำที่เต็มถังเมื่อต้นทาง ปลายทางจะลดลงไปกว่าลิตร เพราะหกทิ้งไปตามรายทาง จุดที่ล่อแหลมนั้น ไฟก็ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ผมหิ้วถังน้ำถูลู่ถูกังไปถึง ก็ใช้เหยือกตักน้ำสาด ราด เท หยอด สกัดเปลวเพลิงตามระดับความรุนแรง ว่ากันว่า เขม่าควันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักๆของการเสียชีวิตเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ตอนนี้ผมได้รู้ซึ้งแล้ว เหงื่อไหลเข้าตาผมแทบจะตลอดเวลา  ทำให้แสบตา น้ำตาก็ไหลจากควันไฟเข้ารม  ระบบหายใจเริ่มทำงานหนักมากขึ้น ผมรู้สึกเหนื่อยมากกว่าครั้งไหนๆตั้งแต่เคยดับไฟมา(แถวนี้ชาวบ้านเผาตอซักข้าวแล้วลามจนผู้ใหญ่บ้านต้องประกาศให้ลูกบ้านออกไปช่วยกันดับอยู่บ่อยครั้ง)สถานการณ์ดูจะวิกฤตมากขึ้นเป็นลำดับ แต่ผมกลับไม่ลนลานเลยซักนิด แค่วิ่งรอกตักน้ำมาดับไฟแทบไม่ทันเท่านั้นเอง ถังที่สอง สาม สี่และห้า ถังแล้วถังเล่า....เจ้าวายุน้อยลดความคะนองลง  พระเพลิงดูใจเย็นขึ้น ผมเริ่มคุมสถานการณ์ได้บ้างแล้ว ไฟยังคงเผาทุกอย่างที่เสนอหน้ามาอยู่ในวิถีของมัน เหลือพื้นที่อีกมากว่าครึ่งที่ไฟยังคงต้องทำหน้าที่ให้เสร็จสมบูรณ์  เวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่ง ผมต้องทำแนวกันไฟที่เหลือให้เสร็จก่อนที่ไฟมันจะลามไปเขตแดนทางทิศเหนือ ตะวันออก และตะวันตก รวมความยาวประมาณร้อยถึงร้อยห้าสิบเมตร(เพิ่งนึกได้)  ผมรีบจ้ำอ้าวไปหยิบคราด มีดพร้า ตรงไปจุดที่ทำแนวกันไฟค้างไว้  บอกตัวเองซ้ำๆว่าต้องทำได้ๆๆ ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมผมถึงได้คิดว่า ผมจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้โดยลำพัง ทั้งๆที่คราวนี้ผมเองน่าจะต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นมากที่สุดกว่าครั้งไหนในชีวิต
ดิน
ขณะที่ใช้พละกำลังในการลากเศษหญ้าแห้งใบ ไม้ ตอซังและอื่นด้วยคราด ทีละนิ้วที่ละฟุตนั้น จิตใจของผมมันกระเจิดกระเจิง ว้าวุ่น วิตกกังวล เริ่มกลัวและลนลาน ทั้งที่มองเห็นว่ายังอีกไกลมาก กว่าที่ไฟจะลามมาถึง    ลอบรำพึงรำพัน อยู่ในใจ ว่าเหตุไฉน ฟันคราดดูทำไมมันห่างนัก คราดกวาดสิ่งใดก็มิได้ดั่งใจนึก หญ้าแห้งตอซังดูเหมือนมีรากยึดที่มั่นคงแน่นหนากว่าทุกวัน งานที่เริ่มคุ้นชินมากว่าสองสัปดาห์ดูยากเย็นกว่าเดิมหลายเท่า หรือเป็นเพราะวิตกกังวลเกินไปกับเวลาอันจำกัดที่ใช้เพื่อทำแนวกันไฟ เริ่มโทษตัวเองที่ประเมินความศักยภาพของตนสูงเกินจริง ประมาทอานุภาพแห่งไฟ  มั่นใจเกินตัว ทุกความเคลื่อนไหว ถูกอัดแน่นไปด้วยความคิดด้านลบ เรื่องเลวร้ายต่างๆที่จะตามมาถ้าทำแนวกันไฟเสร็จไม่ทัน เหงื่อเค็มยังคงไหลเข้าตาเข้าปากอยู่อย่างนั้นเอง สร้างความหงุดหงิดรำคาญอยู่เนืองๆ เรี่ยวแรงถดถ้อยลงทุกทีๆ วินาทีนั้นผมรู้สึกกระหายน้ำที่สุดในโลก นึกขึ้นได้ว่า นับตั้งแต่อาหารเช้า ผมยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย อืม นี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยกว่าทุกวัน ไฟลามเข้ามาใกล้เรื่อยๆทีละน้อยๆ  ความคิดที่ว่าผมไม่มีทางทำเสร็จก่อนที่ไฟจะมาถึง มันค่อยๆก่อกวนสมาธิในการทำงานมากขึ้นๆ ผมเหลือทางเลือกอีกหนึ่งทาง คือหยุดทำแนวกั้นไฟเสียแต่ตอนนี้ แล้วรีบตักน้ำมาดับไฟให้หมด แล้วกลับบ้าน ดื่มน้ำเย็นๆอาบน้ำกินข้าว แล้วนอน ไม่มีใครรู้ว่าเราตั้งใจจะทำให้เสร็จเมื่อไหร่อย่างไร  พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว รอบๆตัวมืดลง งานของผมยิ่งยากขึ้นไปอีก ผมยังไม่ได้หยุดมือเลยแม้ซักเพียงครู่ ลากคราดกลับไปกลับมาเพื่อเปิดที่ว่างไม่ให้ไฟลามถึงกันได้ อาาา อีกไม่ถึงสิบเมตร ด้านตะวันตกจะทำเสร็จแล้ว กำลังใจเริ่มมีมาบ้าง  เหลือบไปมองไฟที่ลามมาจากทิศใต้ มันยังอยู่อีกไกลมากทีเดียว เสร็จจากตรงนี้ผมตั้งใจจะทำทางด้านทิศเหนือต่อ คันนาเขตแดนที่คั่นเหนือ(ที่นาชาวบ้าน)และใต้(ที่นาของผม)มีคันนาอีกคันตั้งฉากติดกันอยู่หว่างกลางมองเป็นรูปตัวทีกลับหัวพอดี  ดูจากระยะที่มองเห็นไฟ เปรียบกับเนื้องานที่เหลือ ทำให้ผมเริ่มมั่นใจว่าต้องทำได้ทันแน่ ไม่นานแนวกั้นไฟทางตะวันออกเสร็จเรียบร้อย ผมตรงไปทำต่อทางทิศเหนือทันที ไม่แม้เวลาพักหายใจ ผมต้องแข่งกับเวลา ไม่อย่างงั้นอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ผมไม่อยากจะคิดต่อ พยายามดึงความสนใจมาอยู่กับงานตรงหน้า หมาของชาวบ้านแถวนั่นวิ่งออกมาเห่าผม เพราะผมล้ำเข้ามาในที่ของเจ้านายมัน ที่ผมจำเป็นต้องออกมาทำแนวกั้นไฟล้ำมาในที่นาของชาวบ้านแถวนั้น เพราะเมื่อวันก่อน ผมได้เดินสำรวจรอบบริเวณนี้แล้ว พบว่า เขตแดนด้านในมีหญ้าหนาแน่นเกินไป เพราะเป็นนาหว่าน ส่วนที่ของชาวบ้านเป็นนาดำ หญ้าจึงน้อยมากจะทำให้ง่ายกว่าในการทำงาน แนวกันไฟทางทิศเหนือ ผมเริ่มทำจากด้านทิศตะวันตกไล่มาทางตะวันออก จังหวะลากคราดนั้นสม่ำเสมอ จิตใจผมนิ่งขึ้นกว่าสิบนาทีก่อนมาก เรื่อยมาจนหมดครึ่งแรกชิดคันนาที่ตั้งฉากนั้น มีกอหญ้ากอใหญ่อยู่สองสามกอซึ่งจำเป็นต้องถอนออกให้หมด เพราะอาจกลายเป็นเชื้อไฟได้ ผมสับคราดลงที่โค่นก่อหญ้าหนักๆแล้วค่อยๆงัดกอหญ้าขึ้นอย่างที่เคยทำ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หัวคราดหลุดออกจากด้ามไม้ ความหวังของผมพังทลายลงขณะนั้นเอง อุปกรณ์ของผมมีอันเป็นไปซะแล้ว ผมรู้ได้จากประสบการณ์ว่า ระยะเวลาในการซ่อมแซมคราด อุปกรณ์ และแสงสว่างนั้น ผมไม่มีเหลือเลยซักอย่าง แผนต้องเปลี่ยนกระทันหัน ผมหัวเสียสุดๆ หลุดคำหยาบออกมาหลายครั้ง วันนี้ช่างเป็นวันซวยของผมโดยแท้ จากนั้นก็ปรี่ไปคว้าเอาถังตักน้ำตรงไปที่สระทันที จากเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยอยู่แล้วรวมกับที่ผมกระหายน้ำอย่างมาก ยิ่งทำให้ระยะทางเดินไปตักน้ำที่สระดูจะไกลขึ้นกว่าเดิมมาก แนวไฟที่ลามมาเริ่มมีหน้ากว้างขึ้นตามลักษณะพื้นที่ ไม่มีทางให้เลือกแล้ว ผมต้องดับไฟให้หมดเท่านั้น จึงจะกลับบ้านได้ และนั่นจึงจะทำให้มั่นใจว่าที่นาของชาวบ้านไฟลามไปไม่ถึง ถังแรกกว่าจะมาถึง ไฟก็ลุกลามไปมากแล้ว หน้าไฟกว้างมากเหลือเกิน เวลาที่สาดน้ำ ก็มักจะไม่ค่อยโดนจุดที่เราต้องการนัก น้ำบางส่วนจึงสูญเสียไปโดยไร้ประโยชน์  สู่ถังที่สองเมื่อกลับมาถึง ส่วนที่คิดว่าดับได้แล้วมันดันลุกไหม้ขึ้นอีก ประสิทธิภาพในการสาดน้ำให้สัมฤทธิ์ผลก็น้อยลงเรื่อยๆ  พาลทำให้กำลังใจผมหร่อยหรอลงด้วยเหมือนกัน  นับจากที่ผมเริ่มจุดไฟจนถึงบัดนี้น่าจะเข้าชั่วโมงที่สามแล้ว น้ำถังที่สามถังที่สี่ถังที่ห้าทยอยตักมา แต่สถานการณ์กลับไปเหมือนต้นชั่วโมงแรก รู้สึกท้อใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะดับไปเท่าไหร่ มันก็ยังลุกขึ้นมาไหม้ได้อีก ผมนึกบางอย่างได้อีกแล้ว ผมควรโทรมาบอกที่บ้านให้คนมาช่วยดับไฟน่าจะดีกว่า แต่อีกใจนึงยังหยิ่งยโสอยู่ เพราะกลัวชาวบ้านจะครหาเอาได้  ถ้าจำไม่ผิดผมน่าจะตักน้ำมานับได้ประมาณซักสิบถังพอดี สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้น ผมหยุดยืนมองเปลวไฟที่ลุกโชนเผาผลาญไปเรื่อยๆเพราะเหนื่อยจนแทบจะไม่อยากขยับตัว ฉุกคิดว่า ถ้าตัดสินใจกลับบ้านไปเลยละ ปล่อยให้ไฟแม่งไหม้ไป ใครจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันดีไหม  แล้วก็สลัดความคิดโง่ๆนี้ทิ้งไป เดินตุปัดตุเป๋หิ้วถังจะไปตักน้ำถังที่สิบเอ็ด เมื่อเดินไปใกล้ถึงสระด้วยความอ่อนแรงผมเดินสุดตอไม้บนคันนาเกือบหัวคะมำ แต่ก็เสียหลักล้มลงคลานสี่ขา ตอนนั้นผมเหนื่อยมากๆ อยากทิ้งตัวลงนอนเสียตรงนั้นเลย  ในใจก็นึกอยากจะโทรศัพท์หาคนมาช่วยดับไฟอีก ขณะที่ผมลังเล สิ้นหวัง สิ้นกำลังกายแทบไม่เหลือนั้นเอง มือขวาก็กำดินทรายไว้แน่น ความรู้สึกความคิดต่างๆประเดประดังถาโถมเข้ามา ผมรู้ได้โดยสันชาตญาณว่าผมกำลังจะหมดสิ้นความอดทน ร่างกายโงนเงนไปมา จะล้มไม่ล้มแหล่ ผมยกมือข้างที่กำทรายนนั่นขึ้นมา ดินทรายหมาดๆนั่นค่อยๆไหลผ่านลงตามง่ามนิ้วมือ ผมปัดมือที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายกับกางเกง กะจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรขอความช่วยเหลือ ต้องยอมจำนงเสียแล้ว ไม่จำเป็นต้องเย่อหยิ่งอีกต่อไป แต่แล้วอยู่ดีๆผมก็เข้าใจอะไรๆขึ้นมาได้ในแทบจะทันที  ว่าทำไมผมถึงต้องล้มลงคลานสี่ขาแบบนี้ ทำไมผมต้องกำดินทรายนั่นไว้ คงมีบางสิ่งบางอย่างดลบันดาลให้เป็นเช่นนั้น มันเกิดขึ้นเร็วมาก ธุลีดินนี่เอง คือพันธมิตรใหม่ที่จะมาช่วยผมให้ผ่านพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้ ผมรวบรวมกำลังที่เหลือ โกยดินทรายหมาดๆริมสระน้ำ ใส่ในถังอย่างรวดเร็วเท่าที่เรี่ยวแรงที่เหลือจะอำนวย พอได้เกือบเต็มถัง ก็ตรงเข้าไปหาดงห่าไฟนรกนั่นอย่างห้าวหาญอีกคราหนึ่ง(ขอเวอร์ซักหน่อยเถิด) ดินทรายเปียกหมาดๆกำแรกถูกซัดหว่านใส่กองเพลิงพิโรธ เนื้อดินกระจายตัวเข้ากลบเปลวไฟอย่างรวดเร็ว มันหยุดการลุกไหม้ได้อย่างน่าทึ่ง จิตใจผมปิติลิงโลดอย่างบอกไม่ถูก บทมันจะง่ายมันก็ง่ายดายแบบนี้เอง กำลังใจกลับมาแล้ว ผมกำดินขึ้นที่ละกำ แล้วก็หว่าน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆลงไปที่เปลวไฟที่ร้อนระอุอย่างลืมตาย  หน้าไฟที่กว้างจากการลุกลามก็แคบลงเรื่อย ๆ  ห่าเพลิงค่อยๆมอดดับลง และดับสนิทที่สุด ผมใช้ดินทรายหมดไปเพียงสองถังเท่านั้นเอง นึกเจ็บใจตัวเองที่เสียเวลาวิ่งตักน้ำมาดับไฟเป็นสิบถัง รอบๆตัวผมมืดลงพร้อมกับแสงสุดท้ายของเปลวเพลิง เรื่องราวของชายชราที่ตายในการเผาตอซังข้าวย้อนกลับมาสู่ห้วงความคิดผมอีกครั้ง แกคงเจอประสบการณ์ที่เลวร้ายเหมือนๆผมกระมัง คนหนุ่มอย่างผมยังแทบเกือบตาย ตามข่าวแกอายุตั้งหกสิบกว่า มิน่าแกถึงไม่รอด ผมหยุดความคิดไว้แค่นั้น  ทิ้งตัวลงนอนแผ่สองสลึงกลางทุ่งนาอย่างหมดสภาพ ไม่สนว่าจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนแค่ไหน  มองขึ้นไปบนท้องฟ้า พบว่าคืนนี้เป็นคืนเดือนแรม มองเห็นดาวได้ไม่ชัดเจนนัก  ตายังปรับสภาพการมองเห็นได้ไม่เต็มที่ นั่นไม่สำคัญแล้ว    ผมไม่หลงเหลืออารมณ์สุนทรีย์มาชื่นชมดาวอีกแล้ว ตอนนี้มันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยเหมือนจะขาดใจตายลงตรงนั้น  แล้วก็ค่อยๆหลับตาลง  ผมนอนพักตรงนั้นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนลากสังขารอันสกปรกมอมแมมกลับบ้านอย่างทุลักทุเล
และทั้งหมดนั่นคือบางส่วนในวันห่วยๆของผม
ขอบคุณมากนะ ธุลีดิน
ไว้พบกันใหม่ในภายภาคหน้า

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ฤดูกาลแห่งความชุ่มฉ่ำ

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ผมสังเกตุได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาล รวมไปถึงภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้น มักจะเป็นไปด้วยความกราดเกรี้ยว ผู้คนรับรู้ได้ถึงความไม่ปกตินี้
อย่างไรก็ตาม เราๆท่านๆก็ผ่านพ้นมาได้ ขอให้รักษาสุขภาพของผู้อ่านเองและคนรอบข้างด้วยก็แล้วกันครับ
พระพิรุณปีนี้มาเร็วและแรง นักพยากรณ์อากาศเรียกพายุฤดูร้อน มวลอากาศเย็นเคลื่อนตัวมาปะทะมวลอากาศร้อนเกิดเป็นพายุฝนและมีลมกรรโชกแรง ลมที่ว่านี้ทั้งที่ดูจากภาพข่าวในทีวี และประสบด้วยตัวเองในพื้นที่ ก็ทราบได้ว่าพายุฤดูร้อนนี้ได้สามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในบ้านเมืองของเราได้ ในจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่ ผมเห็นป้ายขนาดใหญ่  ใหญ่พอๆกับป้ายห้างฯของถูกนั่นละครับ แต่เป็นป้ายของสถานีเติมก๊าซครับคุณผู้อ่าน ป้ายเหล็กสูงใหญ่ มันล้มหงายเก๋งไม่เป็นท่า เดชะบุญที่ป้ายล้มไปในทิศทางที่ไม่มีหัวจ่ายก๊าซหรือถังกักเก็บ ไม่งั้นเป็นข่าวใหญ่แน่ๆครับ ผมสันนิฐานเอาเองว่า เกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เห็นจากฐานรากของเสาทั้งสี่ แตกหักเสียหายไม่มีชิ้นดี เพราะป้ายขนาดใหญ่พอๆกันนี้ ในตัวจังหวัดไม่เห็นมีที่ไหนล้มแบบนี้(เอ๊ะรึว่ามีแต่ผมไม่รู้)
เวลาอากาศร้อนอบอาว ผมยินดีมากที่ฝนพร่ำลงมา มันช่วยอะไรได้หลายอย่างหลักๆเลยก็เกษตรกรรมนี่แหละ ถึงผมจะไม่ใช่เกษตรกร แต่อย่างน้อยๆมันช่วยคลายร้อน คลายหงุดหงิดได้มากเชียวครับ มันชื่นใจเหลือเกินเมื่อได้ดื่มน้ำฝนเย็นฉ่ำ มันสนุกสนานเหลือจะกล่าวเมื่อนึกถึงตอนเด็ก ตอนที่วิ่งเล่นแข่งกับสายฝนชุ่มเย็น มีกิจกรรมสนุกๆสารพัดอย่างที่คุณสามารถทำ(เล่น)ได้ตอนฝนตกและหลังฝนตก ถ้าคุณผู้อ่านไม่ได้เกิดมา แล้วเแก่เลย ก็น่าจะนึกได้ว่า ตอนเด็กๆคุณผู้อ่านเคยทำ(เล่น)อะไรบ้างเมื่อฝนตกนะครับ
ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนหรือว่าการสื่อสารที่ทันสมัยและฉับไวที่สามารถเสนอข่าวได้แทบจะทันทีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆ เพราะว่าผมมักจะเห็นข่าวที่บางจังหวัดประสบปัญหาภัยแล้งอย่าง ในขณะที่หลายจังหวัดมีน้ำท่วมเพราะฝนตกหนัก ข่าวลักษณะขัดแย้งเช่นนี้ผมเห็นความถี่ของการเกิด บ่อยขึ้นเรื่อยๆ จะว่าผมเสพข่าวสารมากไปจนวิตกจริต ก็น่าจะใช่ส่วนนึง แต่เมื่อได้เข้าไปอ่านกระทู้ความเห็นของผู้คนบนโลกออนไลน์ ก็ทราบได้ว่ามีคนที่คิดเหมือนๆกันกับผมไม่น้อย นั่นหมายความว่ามีผู้คนอีกจำนวนนึง ไม่ได้เพิกเฉยนิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ความไม่ปกติสภาวะอากาศและฤดูกาล  หวังอย่างยิ่งว่า ผู้คนเหล่านั่นคงได้ทำอะไรเพื่อช่วยให้สถานการณ์เช่นนี้ไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อย และคงจะทำต่อไป ขอให้กระแสแห่งจิตสำนึกที่ดีงามนี้แผ่ขยายวงกว้างออกไปอีกเรื่อยๆไม่สิ้นสุด ก็คงจะทำให้ฝนปีนี้ ชุ่มเย็นฉ่ำขึ้นอีกเป็นหลายๆกอง
ขอให้สุขภาพดี จงอยู่คู่กับคุณๆทุกคนครับ

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

สงกรานต์ที่ผ่านมา

สวัสดีครับผู้อ่านที่รักทุกท่าน
ผมมีความยินดีเหลือเกินที่ได้กลับมาร้อยเรียงเรื่องราวมาให้ทุกท่านได้อ่านอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนาน ทุกครั้งที่หายไปก็อยากจะกลับมาเขียนแต่ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร (เข้าอีหรอบเดิมๆ) สำหรับเรื่องที่จะเขียนวันนี้ก็คิดว่าจะเขียนตั้งแต่จบสงกรานต์ใหม่ๆ เพื่อจะได้ทันควันหลงบ้าง เผื่อท่านผู้อ่านจะได้อินไปกับเนื้อหา จนแล้วจนรอดก็ล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้
นานมากๆหลายปีดีดักที่ผมไม่ได้รู้สึกอยากจะเล่นน้ำสงกรานต์สาเหตุง่ายๆเพราะไม่มีเพื่อนเล่นนั้นเอง ผู้อ่านน่าจะพอเข้าใจได้ว่าเล่นคนเดียวมันไม่สนุกแน่ๆ สำหรับปีนี้ก็ไม่ได้เล่นเหมือนเดิม แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นในสงกรานต์ปีนี้ที่ผมอยากจะถ่ายทอดออกมาให้อ่านกัน ไม่เลวร้ายระทึกขวัญหรอกครับ มันเรียบง่าย สบายๆไม่ซีเรียส เรื่องเป็นอย่างงี้ครับ
วันที่สิบสี่เมษาฯลูกพี่ลูกน้อง(ลูกชายน้าสาว)ของผมเกิดปีเดียวกัน  แต่มันเรียกผมพี่ มันบวชครับแล้วผมก็มีโอกาสไปแสดงความยินดีด้วย ในงานบวชไม่ได้มีไรพิเศษแตกต่างจากงานบวชทั่วๆไป แต่สิ่งที่แปลกออกไปคือความรู้สึกและความทรงจำบางอย่างของผมกับที่นี่(อำเภอๆนึง)มันกลับมา ทำให้ผมหวนรำรึก ถึงตอนที่ยังเป็นเด็กและก้าวสู่วัยรุ่น ตอนที่โลกยังสวยงามและน่าอยู่มากกว่านี้ในสายตาเด็กบ้านนอกอย่างผม
อำเภอนี้เป็นเมืองเก่าแก่ดั้งเดิมเมืองแรกๆของจังหวัดอุบลฯติดชายแดนไทยลาว เป็นบ้านเกิดของแม่ผม และน้าๆอีกหลายคน แม้ไม่ได้อาศัยอยู่ที่อำเภอนี้แต่ผมก็ชอบที่นี้ และรู้สึกผูกพันกับที่นี้อย่างลึกซึ้ง  ทุกปิดเทอมหรือเสาร์อาทิตย์ พ่อกับแม่จะขับรถพาพวกเรามาเยี่ยมยายและน้าๆเสมอ ยิ่งถ้าเป็นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนละก็ ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนวิเศษที่ผมรอคอย เพราะนอกจากผมจะได้มาอยู่บ้านยาย แล้วยังจะได้มาเล่นน้ำในแม่น้ำโขงแถมได้เล่นน้ำสงกรานต์อีกด้วย เพราะที่นี่มีญาติพี่น้องเต็มไปหมด ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเยี่ยนกันก็จะรู้สึกอบอุ่นอิ่มเอมใจกลับมาทุกครั้ง แถวบ้านยายจะมีเด็กที่รุ่นราวคราวเดียวกับผมเยอะมาก และเราก็รู้จักสนิทสนมดี และมีอะไรให้เล่นกันตลอดโดยไม่ต้องกลัวเบื่อ
ที่แม่น้ำโขงหน้าร้อน น้ำโขงจะลดจนเนินทรายกลางน้ำจะโผล่ขึ้นมาและเด็กอย่างก็ชอบเล่นน้ำกันตรงนั้นมาก เพราะน้ำตรงนั้นสะอาดกว่าริมตลิ่งมาก(มีโรงโม่หินล้างหินจนน้ำที่ไหลลงมาเป็นตะกอนดินสีแดงตามริมตลิ่งความกว้างจากตลิ่งเข้าไปลำน้ำประมาณยี่สิบเมตรเห็นจะได้)เด็กผู้ชายจะชอบเล่นต่อสู้กันเหมือนในหนังฮ่องกง น้ำตื้นแค่ข้อเท้า ทำให้กระกระเด้งกระดอนเมื่อต่อสู้กันอย่างในหนัง ไม่ทำให้เราเจ็บตัวเท่าไหร่  เมื่อผมยังเด็กมันเป็นยุคทองของหนังฮ่องกงในเมืองไทยนะ หนังมีอิทธิพลกับเด็กอย่างเรามาก และพวกเราก็ชอบเลียนแบบพฤติกรรมในหนัง สมัยนั้นหนังมาเฟียใส่สูทยิงกันต่อยกัน คิวบู๊เค้ามันมากๆ และได้รับความนิยมมากๆ แหมนอกเรื่องไปเยอะเชียว การที่จะไปตรงหาดกลางน้ำนั่นได้ต้องมีผู้ใหญ่พาเราไป และผู้ใหญ่ก็มักไม่ค่อยว่างหรอก แต่ปิดเทอมครั้งนึงได้ไปกลางน้ำซักสี่ห้าครั้งผมว่ามันก็คุ้มแล้ว เรียกว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ผมตั้งตารอทุกๆปิดเทอมเลยก็ว่าได้ เมื่อโตมาจึงรู้ว่า ตลอดลำน้ำโขง มีหาดทรายกลางน้ำแบบนี้อยู่แทบจะทั้งสายน้ำโขงที่เดียว เอิ๊กๆๆเด็กๆผมคิดว่ามีที่นั่นที่เดียวจริงๆนะ มันจึงมีความหมายกับผมมากไงครับ พูดแล้วก็ขำ
วันนั้นที่งานบวช ผมไปถึงประมาณทุ่มเกือบสองทุ่ม ก่อนหน้าที่จะนั่งรถมาที่นี่ ผมเอาเบียร์เหลือติดตู้เย็นออกมาดื่มหลังกินข้าวเที่ยงอิ่มใหม่ๆ(บ้านฝั่งตรงข้ามถนนเอาเครื่องเสียงชุดใหญ่ ขอย้ำว่าชุดใหญ่จริง แล้วมันก็เปิดเพลงเล่นน้ำเสียงดังมากๆทำไรไม่ได้ เพราะเป็นเทศกาลที่ใครเค้าก็สนุกกัน เลยเอาเบียร์ออกมาดื่ม คืออยากหนุกบ้าง) ได้เรื่องเลย ผมอ้วกแตกหมดไส้หมดพุง แล้วกินไรไม่ได้อีก กินแล้วจะอ้วกออกหมด แล้วพอถึงงานผมก็เพลียมาก นั่งในงานได้ซักพักผมต้องขอตัวกับเจ้าภาพไปนอนพักผ่อน ที่บ้านอีกหลังนึง ห่างจากบ้านงานซักสองร้อยเมตร ห่างพอที่จะยินเสียงเครื่องเสียงจากในงานแค่แผ่วๆ คืนนั้นผมหลับไปอย่างไม่ค่อยเต็มอิ่มนัก เนื่องจากสภาพร่างกายและสถานที่ๆไม่คุ้นเคย (ไม่ค่อยได้มาค้างอ้างแรมที่นี่หลายปีแล้ว)ตีห้า ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดท้องหนักอย่างรุนแรง หลังจากเสร็จกิจ ผมออกเดินไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขงไปเรื่อยๆเนื่องจากเช้ามากจึงยังมืดและยังไม่ค่อยมีคนตื่นออกมาให้เห็นมากนัก คิดว่าคงหนักจากการฉลองสงกรานต์เมื่อคืนวานนี้ ความเงียบและบรรยากาศสบายๆในตอนเช้าทำเอาความทรงจำต่างๆครั้งที่เคยมาสนุกสนานอยู่ที่นี่ มันลอยมาเป็นฉากๆ ยิ่งเดินไปตามทางที่เคยเดิน เรื่องราวเหล่านั้นก็ยิ่งถาโถมเข้ามา แม้บ้านเรือนสถานที่หลายๆแห่ง ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ความทรงจำและความสุขก็ยังคงตรึงอยู่ทุกครั้งที่นึกถึงคำนึงได้
ผมกลับมาถามตัวเอง ความสนุกสนานในชีวิตผมมันหายไป เลือนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อะไรทำให้ผมไม่อยากเล่นสนุกอีกแล้ว ผมมีเรื่องอะไรที่ต้องคิดกังวลหนักหนา ทุกวันนี้จึงขาดแคลนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนัก
ทุกๆครั้งที่ผมเดินออกไปนั่งดูสายน้ำไหล ความกังวล ความเครียด เรื่องราวมากมายในหัว มันถูกสะกดให้แน่นิ่ง จิตใจที่ว้าวุ่นมันล่องลอยไปกับสายน้ำ เมื่อไปบ้านยาย แม้มีเวลาเพียงเล็กน้อย ผมมักจะปลีกตัวไปนั่งดูสายน้ำนั่น แม้เพียงสักครู่ มันก็รู้สึกดีเสมอ
 เมื่อส่งนาคเข้าโบถ์เป็นที่เรียบร้อย ผมลาคุณน้าเจ้าภาพกลับบ้านคนเดียว(ห่วงเป็ดกับหมาที่ยังไม่ได้กินไรตั้งแต่เย็นวาน)โดยมอเตอร์ไซต์ ระยะทางจากบ้านงานถึงบ้านผม ประมาณแปดสิบกิโลฯเห็นจะได้ ผ่านสองอำเภอ และผมก็เปียกตามระเบียบ เด็กๆเล่นสาดน้ำ วัยรุ่นเล่นสาดน้ำ ผู้ใหญ่ก็เล่นสาดน้ำ  ไม่ว่าจะผ่านไปทางไหนผมก็เห็นแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทุกๆคนดูมีความสุขกับเทศกาลนี้ บ้านกลางทุ่งนาหลายแห่ง เต็มไปรถเก่ง ปิ๊กอัพ จอดเรียงราย ลูกหลานไปทำงานต่างถิ่นกลับมาเยี่ยมบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ปลาบปลื้มยินดี เส้นทางที่ผมผ่าน ทุกคนมีความสุข มันวิเศษจริงๆ ผมรับรู้ได้ ผมเองก็รู้สึกเป็นสุขด้วยเช่นกัน
นั่นคือส่วนนึงของสงกรานต์ เล็กน้อยๆที่ผมผ่านไปเจอแล้วเก็บมาเล่าสู่คุณผู้อ่านฟัง ผมอิ่มเอมนะ คุณผู้อ่านละ สงกรานต์ของคุณเป็นยังบ้าง พบกันใหม่ในตอนหน้า
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คุณชอบผู้ประกาศข่าวสาวคนไหนช่องไหนกันบ้างครับ คุณผู้โชมมมมมม3

สวัสดีคุณผู้อ่านอีกครั้งนึงครับ ไม่พูดพล่ามทำเพลง มาว่ากันต่อเลยครับ กับผู้ประกาศสาวแสนสวยทรงสเน่ห์ท่านต่อมา
                        มินดา  นิตยวรรธนะ (ปู)

คุณปู มินดา นิตยวรรธนะ เกี่ยวกับงานผู้ประกาศ ได้เห็นหน้าเห็นตาเธอบ่อยขึ้นจากรายการข่าวช่องเจ็ดเมื่อปีที่ผ่ามมานี่เอง กับรายการ เจาะเกาะติด หลังจากทำอยู่ได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ  เธอก็ย้ายไปซบที่ช่องสามพร้อมๆกับพิธีกรชาย(คุณหนึ่ง เชิงชาย หว่างอุ่น)ที่ทำงานร่วมกันในรายการที่สร้างชื่อให้เธอนั่นเอง ปัจจุบัน เธอทำหน้าที่พิธีกรใน รายการตู้ปณ.ข่าวสาม ที่ออกอากาศทุกวันก่อนรายการข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ใครที่ชอบดูข่าวคงคุ้นหน้าคุ้นตาและลีลาในการเล่าข่าวของเธอบ้างแน่นอน เป็นผู้ประกาศที่มีสเน่ห์ชวนมองมากๆอีกหนึ่งคนครับ มารู้จักเธอกันอีกซักนิดดีกว่า


วัน/เดือน/ปี เกิด 19 ม.ค. 2523


การศึกษา

ปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาอังกฤษ

ปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการประชาสัมพันธ์

ผลงานที่ผ่านมา

ละครเรื่องสุดดวงใจ ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอและจดหมายถึงดวงดาว ทางช่อง 3

ผู้ประกาศข่าว Modernine TV

พิธีกรรายการ เจาะเกาะติด, เช้านี้ที่หมอชิต ทางช่อง 7

โปรดิวเซอร์รายการ Hi-light Thailand

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน

ผลงานปัจจุบัน

ผู้ดำเนินรายการ ตู้ปณ. ข่าว 3

ผู้ดำเนินรายการ ก้าวทันประกันภัย ทาง Nation Channel

รางวัล

รางวัลเทพทองสาขา บุคคลดีเด่นด้านวิทยุโทรทัศน์ ปี พ.ศ. 2546

*ข้อมูลจาก http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/77/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0.html
 
ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นคนข่าวคุณภาพอีกหนึ่งคน ประวัติของเธอที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลนั้นค่อนข้างจะน้อยไปซักนิด ว่าไหมครับคุณผู้อ่าน สำหรับผู้ที่อยากติดตามผมงานของเธอ ก็เข้าเยี่ยมชมและกดไลท์เพจรายการวิทยุครอบครัวข่าว FM 106.5 ช่วงออกอากาศ 20.00-20.30ของเธอได้ในเฟสบุ๊ค ชื่อรายการ "connect ประเทศไทย" หรือลิงค์นี้เลยครับ http://th-th.facebook.com/pages/Connect-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/207997682556672 
 
สำหรับช่องสาม ผู้ประกาศสาวในดวงใจผมคงมีเท่านี้ก่อน ส่วนผู้ประกาศสาวท่านอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง ก็ต้องขออภัยด้วยครับ ไม่ใช่ไม่เก่งไม่สวยไม่โดดเด่นหรอกครับ ยังไงซะผมก็เชื่อว่าทุกท่านคงมีแฟนคลับของท่านเองอยู่แล้วแน่นอน ซึ่งถ้าไม่มีผมรวมอยู่ในนั้นด้วย ก็คงไม่ทำให้พวกเธอเสื่อมความนิยมลงไปแต่อย่างใดจริงไหมครับ
วันนี้คงมีเพียงเท่านี้ สามตอนคงมากไปสำหรับความเห็นส่วนตัวที่มีต่อสิ่งๆสิ่งหนึ่ง ตอนหน้าเราจะพูดกันเรื่องอื่นบ้าง ก็คงดีไม่น้อย ราตรีสวัสดิ์ครับ

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คุณชอบผู้ประกาศข่าวสาวคนไหนช่องไหนกันบ้างครับ คุณผู้โชมมมมมม2

จากตอนที่แล้ว เราได้ค้างไว้กับเธอคนนี้ น้องซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ มีคนตั้งฉายยา ให้เธอเป็น เจ้าหญิงแห่งวงการไอที เป็นมาเป็นไปยังไง มาดูกันเลย
ชื่อจริง : ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์


ชื่อเล่น : ซี (Cee)

วันเกิด : 4 ธันวาคม พ.ศ.2527

การศึกษา : ปริญญาตรี นิเทศศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ2

ผลงานปัจจุบัน

• Bloger website http://www.dailygizmo.tv/ นำเสนอ Gadget แปลกๆ ใหม่ๆ เสมอ

• พิธีกรรายการ 168 ชั่วโมง ช่วง Cee IT ทุกวันพุธ เวลา 00.00-01.00 น.

• พิธีกรรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ เบรกที่ 3 ช่วง Weekly C3 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลาประมาณ 17.40 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

• พิธีกรรายการ Hi Speed ทางช่อง Speed Channel True 72 ทุกวันอังคารและเสาร์ เวลา 19.30-20.30 น.

• พิธีกรรายการ อมยิ้ม ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 18.00-18.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

• DJ วิทยุ รายการอร่อยดีเซ้งลี้ฮ้อ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.15-22.30 น. คลื่น สทร.FM106

• รายการวิทยุ Cyber Talk ทกวันพฤหัสบดี เวลา 14.00-15.00 น. คลื่น สทร.FM106

• คอลัมนิสต์ นิตยสาร 106 Magazine คอลัมภ์ Cyber talk

• Freelance MC&TV Host

• Freelance Translator

• Freelance Model & Presenter

• Brand Ambassador โครงการ MOF ทำอย่างไรให้ดังด้วยการสร้างเพื่อนบนอินเทอร์เน็ต โดยwww.googalz.com

• Webmaster http://www.ceemajor.com/ เว็ปไซต์แนวใหม่ให้คุณส่งเพลงส่งความรู้สึกดีๆ จะบอกความในใจ หรือบอกรักใคร ออกมาในรูปของหน้าเว็บไซต์ ส่งไปคนที่คุณต้องการผ่านอีเมล์ อย่างง่ายดาย

• Webmaster http://www.ceemeagain.com/ เว็บไซต์รายการทีวี Reality CeeGadget

เว็บน้องใหม่ไฟแรง แนวใหม่ซึ่งไม่มีใครเคยทำมาก่อน เสนอสาระดีๆ เกี่ยวกับแกดเจท ข่าวสารทางโลกไซเบอร์ออกมาในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ความสนใจส่วนตัว Gadget , Technology

ดูแล้วไม่ธรรมดาเหมือนกันว่าไหมคุณผู้ชม ผมน่ะ ได้รับอีเมล์จากเธอทุกวันเลยนะจะบอกให้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เป็นอีเมล์ข่าวแจกที่น้องซีเค้าส่งให้ทุกคนที่อยากรอบรู้ข่าวสารด้านไอที ใครสนใจก็เข้าไปกรอกอีเมล์ของท่านไว้ใน http://www.dailygizmo.tv/ กันได้เลย
*ข้อมูลจาก http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/43/%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C--%E0%B8%8B%E0%B8%B5-.html
 
สำหรับผู้ประสาวสวยในดวงใจผมท่านต่อไปได้แก่.......                                                                      อริสรา กำธรเจริญ (หมวย)
 
พี่หมวย อริศรา กำธรเจริญ ผู้ประกาศสาวสวยหลากความสามารถอีกคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่อาจมองข้ามความอ่อนหวานและมีสเน่ห์ของเธอได้(ขนาดเห็นแค่ในทีวี) หลายปีมาแล้วตั้งแต่เธอยังทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศอยู่ที่ช่องเก้า อสมท.(ในสมัยนั้น)ผมมักเห็นเธอได้รับหน้าที่อ่านข่าวต้นชั่วโมงตอนดึกๆอยู่เสมอ
และถ้าจำไม่ผิด ผมว่าผมเคยเห็นเธอเล่นละครด้วยนะ ด้วยสเน่ห์ที่รอยยิ้มและความสามารถของเธอนี้แหละ ทำให้ผมต้องติดตามดูผลงานของเธอตลอดเลยครับ มารู้จักเธอให้ลึกขึ้นอีกนิดดีกว่า
 
ดร.อริสรา กำธรเจริญ (หมวย) เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ปริญญาโท และปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต จาก คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิต เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2551 ทางด้านชีวิตส่วนตัว สมรสแล้วกับนายปกรณ์ วิภาตะวัติ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2545


ได้รับเลือกให้เป็นรองสาวแพรวประจำปี พ.ศ. 2539 ทางด้านฐานะพิธีกร เคยดำเนินรายการคือ " เกมคนเก่งกับแอลจี " และ " เมืองไทยรายวัน "
ผลงานก่อนเข้าวงการเชียร์ลีดเดอร์ งานฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 51


รองสาวแพรว 1996

[แก้] ผลงานในวงการบันเทิง[แก้] ละครติวเตอร์มอ รับบทเป็น รรินทร์ (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.)

บ่วงดวงใจ-นักแสดงรับเชิญ (ช่อง 3)

ฟ้าสางที่กลางดง (ช่อง 3) รับบทเป็น ภาษร

สลักจิต (ช่อง 3) รับบทเป็น ใจภักดิ์ ปี2542

ชายในฝัน-นักแสดงรับเชิญ (ช่อง 5) ปี2542

ปัญญาชนก้นครัว (ช่อง 3) รับบทเป็น นงลักษณ์ ปี2542

น้ำตาลใกล้มด (ช่อง 7) รับบทเป็น บุษบง ปี2542

เมียหลวง (ช่อง 3) รับบทเป็น นุดี ปี 2542

ละครเทิดพระเกียรติเรื่อง พ่อ ตอน ถั่วแดงหลวง (ช่อง 5) รับบทเป็น ผกาซอ ปี2542

บ้านทรายทอง (ช่อง 3) รับบทเป็น หญิงอ้อม ปี 2543

เจ้ากรรมนายเวร (ช่อง 3) รับบทเป็น นางดี ปานเทวี สัตตบงกช ปี 2543

ชาติมังกร (ช่อง 7) รับบทเป็น เซียมลั้ง ปี 2543

ซี่รี่ย์ซีไรท์ ตอน ครอบครัวกลางถนน (ช่อง 9) รับบทเป็น วาววาม ปี 2545

นิราศสองภพ รับบทเป็น แม่หญิงเรไร (ช่อง 3) - นักแสดงรับเชิญ ปี 2545

คนส่งกรรม ตอน หมอบ้านนอก รับบทเป็น เอื้อย (ช่อง 5) ปี 2545

ละครซิทคอม UFO ครอบครัวอลเวง (ช่อง 7) ปี 2548

มณีดิน - นักแสดงรับเชิญ (ช่อง 3) ปี 2550

[แก้] ผลงานอื่นๆ :[แก้] งานพิธีกรในอดีตแคมปัสออนแอร์

เอนเตอร์เทนเม้นท์วีคลี

ก้าว ต่อ ก้าว (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.)

ข่าวเยาวชน (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.)

ยุทธภูมิกระทะเหล็ก (ช่อง 5)

เกมคนเก่งกับแอลจี (ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.)

สามลุ้นแสน (ช่อง 3)

เปิดโลกความเห็น เอ็นเจแซทเทอร์เดย์ (ช่อง 9)

ศุกร์สบาย (ช่อง 3)

เรื่องจริงผ่านจอ (ช่อง7)

ทันข่าวเช้านี้ (สทท. 11)

เมืองไทยรายวัน (ช่อง 9)

สามสิบยังแจ๋ว (ช่อง 3)

สุขภาพดี BE WELL (ช่อง 3)

องศา 360 (ททบ. 5)

เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ (สทท.) (5 เมษายน 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552 และ 31 มกราคม 2553)

ธรรมเสน่ห์ (ช่อง 9)

คนไทยหัวกะทิ (ช่อง 9)

[แก้] พิธีกรและผู้ประกาศข่าวในปัจจุบันข่าววันใหม่ (ช่อง 3)

ครอบครัวเดียวกัน (ช่อง ทีวีไทย)

ชั่วโมงข่าว TNN ช่วง 18.00 น. และ 21.00 น. (ช่อง TNN ทรูวิชั่นส์ 07)

คลับ มันตรา (ททบ. 5)

เรื่องเล่าเช้านี้ (ช่อง 3)

[แก้] โฆษณาแพนทีน

วัตสัน (2547)

แฮดแอนด์โชว์เดอร์ (2551)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชุด สินค้าคุณภาพ Q (2552)

วาสลีน (2553)

สีbeyer (one wall one world) (2553)

เตารีด @home (2554)

[แก้] นิตยสารทีวีแม๊กกาซีน

Health Today

[แก้] ผลงานอื่นปฏิทินช่อง 3 ปี 2549 เดือน พฤศจิกายน

ปฏิทินช่อง 3 ปี 2550 เดือน กันยายน

ปฏิทินช่อง 3 ปี 2552 เดือน สิงหาคม

[แก้] รางวัลที่ได้รับรางวัลเทพทอง ประเภทนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น ประจำปี 2551

รางวัล Star Entertainment award 2008 สาขาผู้ประกาศข่าวหญิงยอดเยี่ยม

รางวัล Think Positive Women Awards 2009

รางวัล Cosmo Reflecting On Time Award 2009 สาขาสื่อสารมวลชน

รางวัล 9 ยอดกุลสตรีไทย

*ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D

มากมายเหลือเกินครับสำหรับผลงานตลอดระยะเวลาหลายปีที่เธอทำงานในวงการบันเทิง ก่อนที่จะผันตัวมาทำหน้าที่ผู้ประกาศอย่างที่เราเห็นๆกัน เวลาเห็นเธออ่านข่าวที่ไร ผมก็อมยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า ทึกทักเอาว่าเราคบกันมาหลายปีเธออาจมีใจให้ผมบ้าง เอิ๊กๆๆๆน่าเสียดายที่เธอสมรสไปแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่า ต้องมีหนุ่มๆมากมายทีเดียวต้องหัวใจสลายแบบผม ดูเธอจะสี่สิบอยู่แล้วยังใสกิ๊กอยู่เลยว่าไหมครับ
สำหรับมุมอื่นๆของเธอ ใครที่อยากรู้จักตัวตนของเธอให้มากขึ้นกว่านี้ ก็ลองเข้าไปอ่านตามลิงค์นี้ได้เลยครับ แล้วจะรู้ว่า ความสำเร็จ ไม่ได้ได้มาง่ายๆ และข้อคิดต่างๆมากมายที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ได้อ่านจากบทสัมภาษณ์ของเธอ  http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=14634.0

มาต่อกันด้วยผู้ประกาศสาวท่านต่อมา เธอคือหญิงสาวที่แต่งงานแล้วที่ผมคลั่งไคล้ที่สุดในโลกครับ
                         ชลพรรษา นารูลา (ฮันนี่)

เธอคือ คุณชลพรรษา นารูลา(ฮันนี่)ครับท่าน และนี่เป็นประวัติของเธอพอสังเขปครับ

Nickname: Hunny


Date of Birth: April 2, 1977

Birthplace: Bangkok, Thailand

Zodiac Sign : Aries

Education: Master of Arts in Communicative English, Ramkamhaeng University

Bachelor of Business Administration - Major in Marketing, Assumption University (ABAC)

General Certificate of Education (M6 Equivalent) from University of London. Completed 1993.

Occupation : News Anchor, Presenter, Emcee, Columnist.

Favourite Color: Pink, Blue and Black

Favourite Star : Nicole Kidman, Angelina Jolie

Favourite Singer: Madonna

Hobby : Reading, Watching movies, Shopping

E-Mail : hunny@hunny.tv , hunny_n@hotmail.com , hunny_n@yahoo.com
* ข้อมูลจาก 
http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/71/%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%B2.html

น่าเสียดายที่ผมพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับเธอมาเพิ่มเติมได้ไม่มากนัก ทั้งที่ชอบผลงานของเธอไม่น้อยกว่าผู้ประกาศคนอื่นๆเลย แต่ก็หามาเพิ่มเติมได้อีกนิดหน่อยครับ เป็นมุมมองการใช้ชีวิตของเธอเกี่ยวกับการออมเพื่ออนาคตครับ ลองไปอ่านดูนะครับ http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/interview/4380

กับผลงานของเธอทางหน้าจอทีวี ก็คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเธอ เป็นผู้มีความสามารถและเชี่ยวชาญในงานที่เธอทำอยู่แค่ไหน (แต่เวลาเธอน้อยจังอยากให้อ่านข่าวเยอะๆนานๆ)และแน่นอน ผมชื่นชมเธอเสมอมา ตั้งแต่เห็นเธออ่านข่าว(ภาษาอังกฤษ)ที่ช่องสิบเอ็ดกรมประชาสัมพันธ์แล้ว และอยากบอกเธอว่า วินาทีนั้นที่ผมเห็นเธอใรจอทีวีครั้งแรก หัวใจผมมันบอกว่า ผมรักเธอคนนี้เข้าเสียแล้ว จริงๆนะคุณผู้โชมมมม
ตอนนี้คงต้องพักกันไว้เพียงสาวสามคนนี้ก่อนนะครับ ตอนหน้าเราจะมาว่ากันอีกที ว่าผู้ประกาศสาวในดวงใจผมกับของคุณผู้ชมจะมีตรงกันบ้างไหม ก็ต้องติดตามกันในตอนหน้ากันต่อ วันนี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ ไม่ซิ นี่มันเช้าแล้ว ต้องอรุณสวัสดิ์ต่างหาก อรุณสวัสดิ์ครับ

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คุณชอบผู้ประกาศข่าวสาวคนไหนช่องไหนกันบ้างครับ คุณผู้โชมมมมมม

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมอยากนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกาศข่าวสาวที่ผมชื่นชอบ เป็นเรื่องเบาๆไม่ต้องคิดมาก
ช่อง3
ตอนนี้หนึ่งในดวงใจที่มาแรงที่สุดของช่องสามของผม เห็นจะหนีไม่พ้นน้องไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ
มาทำหน้าที่แทนน้องกุ๊ก กฤติกา ผู้ประกาศข่าวสาวคู่บุญของคุณสรยุทร แห่งรายการข่าวที่มีผู้ชมมากที่สุด เป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย นามว่า เรื่องเล่าเช้านี้ เมื่อเธอได้สมรสกับแฟนหนุ่ม ทายาแห่งธุรกิจ 3k แบตเตอรี่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และน้องไบรท์ ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนน้องกุ๊กหลังจากนั้น เธอเป็นใครมาจากไหน มาดูประวัติคร่าวๆกันครับ

ชื่อ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ


ชื่อเล่น ไบร๊ท์ (Bright)

วันเดือนปีเกิด 22 กุมภาพันธ์ 2526

เชื้อชาติ ไทย

สัญชาติ ไทย

ศาสนา พุทธ

การศึกษา

- จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาสเปน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- จบการศึกษาระดับปริญญาโท (เกียรตินิยม) สาขาภาษาและการสื่อสาร (English Program) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)



การทำงาน

- ฝึกงานที่สถานทูตอาร์เจนติน่า

- ผู้ประกาศข่าวเที่ยงวัยทีน ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

- ผู้ประกาศข่าวกีฬาวันเสาร์-อาทิตย์ ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

- พิธีกรรายการคนไทยที่ 1 ในโลก ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

- พิธีกรรายการมุมมองท่องเที่ยวไทย ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

- พิธีกรสารคดีสั้นของ CP ทางช่อง UBC 7

- พิธีกรสารคดีสั้นของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “SCIENCE QUIZ” ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11

- พิธีกรสารคดีสั้นของกระทรวงพลังงาน “1 นาทีกับพลังงาน” ออกอากาศทางช่อง 3, 7, 9, 11

- พิธีกรสารคดีสั้นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11

- พิธีกรรายการ “ชาววิทย์ฯ ชิดชาวบ้าน” ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี (ช่อง 9)



ปัจจุบัน

- พิธีกรรายการ “G-box” ออกอากาศทางช่อง G-Square UBC 26

- ผู้ประกาศข่าวค่ำวันเสาร์-อาทิตย์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11

- ผู้ประกาศข่าวภาคเที่ยง สถานีโทรทัศน์ Spring News

- ผู้สื่อข่าวโต๊ะข่าวต่างประเทศ สถานีโทรทัศน์ Spring News ทำหน้าที่แปลและเรียบเรียงข่าวต่างประเทศ

- พิธีกรรายการเจาะลึกครม. ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11

- อาจารย์พิเศษภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

- วิทยากรพิเศษรับเชิญจากมหาวิทยาลัยบรรยายในหัวข้อ “การเขียนข่าว”
*ข้อมูลจาก http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/88/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%AC%E0%B8%AB%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%92.html
สำหรับการทำหน้าที่ผู้ประกาศคู่กับคุณสรยุทธนั้น โดยส่วนตัวผม ย่อมมีแต่คำชมแน่นอนทั้งลีลาการเล่าข่าวที่เป็นธรรมชาติ การออกเสียงอักขระชัดเจนฉาดฉาน จังหวะรับส่งกันกับคุณสรยุทธในฐานะพิธีกรคู่ ก็ทำได้ลื่นไหลไม่ติดขัด บวกด้วยน้ำเสียงที่มีสเน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ฟังแล้วชวนให้ใจของหนุ่มๆล่องลอยเคลิ้บเคลิ้มยิ่งนัก ผมคิดว่าน้อยคนนักที่จะไม่ชอบเธอ แล้วคุณผู้ชมที่ดูข่าวละครับคิดเห็นอย่างไรกับเธอคนนี้
คนต่อมา
น้องเอิ้น ปานระพี ระพินพันธุ์
สำหรับคนนี้ทั้งสวยทั้งเก่ง ผมชื่นชอบเธอตั้งแต่เธอทำงานที่ช่องเจ็ด และติดตามดูเธอตลอดเท่าที่ทำได้ ได้รู้จักเธอแค่ผ่านจอทีวี มารู้จักประวัติและผลงานคร่าวๆองเธอบ้างดีกว่า เชิญทัศนาได้เลยครับท่าน

 ปานระพี รพิพันธุ์ (เอิ้น) วันเกิด 23 เมษายน


PhD Candidate in IT, Monash University, Australia

www.twitter.com/panraphee

● ผู้ประกาศข่าว/พิธีกร : สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

(รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ 16.20 – 18.00 น. จ.-ศ.)

● พิธีกร&Producer รายการ”ไอที24ชั่วโมง” ไทยทีวีสีช่อง 3

(ดูรายละเอียดได้ที่ www.it24hrs.com)

● อาจารย์ประจำสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ

(International Program) : มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (สอนปริญญาโท, ตรี)

● พิธีกร (ภาษาไทย, อังกฤษ)



ประวัติการศึกษา

ปี 2549- ปัจจุบัน : กำลังศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD Candidate) สาขา Information Technology (IT) : Monash University ประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้อยู่ระหว่างทำดุษฎีนิพนธ์ (PhD Thesis) หัวข้อเรื่อง Context Awareness for Road Traffic Estimation



ปริญญาที่ได้รับ : (ปี 2545) ปริญญาโทสาขา Computer Science : Department of Computer Science, School of Engineering and Computer Science จาก University of Central Florida , Florida ประเทศสหรัฐอเมริกา

: (ปี 2545) ปริญญาโทสาขา Computer Science : ภาควิชาวิทยการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

: (ปี 2542) ปริญญาตรีสาขา Computer Science : ภาควิชาวิทยการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



ประสบการณ์การทำงาน (บางส่วน) ด้านโทรทัศน์และพิธีกรที่ผ่านมา

● มกราคม 2546 - ตุลาคม 2552 : ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 1, ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 2, ข่าวภาคเที่ยง, พิธีกรรายการคอข่าวต่างประเทศ, พิธีกรรายการอาทิตย์ติดข่าวช่วงติดข่าวเทคโนโลยี)

● พิธีกรงาน Event, แถลงข่าว, สัมนา (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ), video presentation (Thai/English)

● พากษ์เสียงในภาพยนตร์การ์ตูน Animation เรื่อง “พระพุทธเจ้า (The Life of Buddha)” (เริ่มฉายวันที่ 5 ธันวาคม 2550)

● ร่วมแสดงละครและภาพยนตร์ อาทิ ภาพยนตร์ The Power Kids, ภาพยนตร์ Brave, ละครเรื่องรหัสหัวใจ, ละครเรื่องนกออก เป็นต้น

● พิธีกรรายการ “สาระฟันดี” ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

● ปี 2541-2542 : พิธีกรรายการทาง UBC cable TV, ประเทศไทย

● ปี 2539 : ถ่ายโฆษณาโทรทัศน์ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย



หมายเหตุ :ได้รับใบอนุญาตการเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ประกาศเมื่อ 22 มิถุนายน 2542



รางวัลที่เคยได้รับ

● รองอันดับสาม Miss Internet Thailand 1998

● รางวัลเทพทองพระราชทานประเภทบุคคลดีเด่นด้านวิทยุโทรทัศน์ประจำปี 2546



ประสบการณ์การทำงานด้านอื่นๆ

● ปี 2546 – ปัจจุบัน: อาจารย์ประจำสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ (International Program)มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

● ปี 2550 – ปัจจุบัน: อาจารย์พิเศษวิชา Management Information System (MIS) ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

● มิถุนายน 2546-มิถุนายน 2547: อาจารย์พิเศษคณะวิทยาศาสตร์สาขาศาสตร์คอมพิวเตอร์ : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

● ปี 2545 : Model : ประเทศสหรัฐอเมริกา

● ปี 2545 : วิทยากร สำหรับ Cross-Culture Training Program : บริษัท Cendant Mobility, ประเทศสหรัฐอเมริกา

● สิงหาคม 2544-สิงหาคม 2545 : Graduate Research Assistant : Department of Marketing, University of Central Florida, ประเทศสหรัฐอเมริกา

● มกราคม 2544-สิงหาคม 2544 : Teaching Assistant : Department of Computer Science, University of Central Florida, ประเทศสหรัฐอเมริกา

- รับผิดชอบในการสอนวิชา COP3402 (System Software) แก่นักศีกษา ป.ตรี

- รับผิดชอบในการสอนวิชา CGS2545 (Database Concept) แก่นักศีกษา ป.ตรี



ความสามารถพิเศษ คอมพิวเตอร์, เทเบิลเทนนิส (อดีตนักกีฬาโรงเรียน), เล่นกีตาร์, ร้องเพลง, ภาษาอังกฤษ (พูด-อ่าน-เขียน คล่องแคล่ว)



ผลงานวิจัยด้านวิชาการที่เคยตีพิมพ์ (Research Publications)

● Panraphee Raphiphan, Passakon Prathombutr, Arkady Zaslavsky, and Phayung Meesad, “Real Time Traffic Congestion Degree Computation for Minor Sensorless Roads Using Cost Efficient Context Reasoning,” Proc. of 13th International IEEE Conference on Intelligent Transportation Systems, Madeira Island, Portugal, September 2010.

● Panraphee Raphiphan, Arkady Zaslavsky, Passakon Prathombutr, and Phayung Meesad, “Overcoming Uncertainty of Roadside Sensors with Smart Adaptive Traffic Congestion Analysis System,” Proc. of IEEE Intelligent Vehicles Symposium (IV’09), China, June 2009.

● Panraphee Raphiphan, Arkady Zaslavsky, Passakon Prathombutr, and Phayung Meesad, “Context Aware Traffic Congestion Estimation to Compensate Intermittently Avaialble Mobile Sensors,” Proc. of 10th International Conference on Mobile Data Management: Systems, Services and Middleware, Taiwan, May 2009.

● Panraphee Raphiphan, Arkady Zaslavsky, Wasan Pattara-Atikom, and Passakon Prathombutr, “Distributed Context Aware System for Travel Time Estimation Based on Cellular Probes in Metropolitan Environment,” Proc. of the Fourth International Conference of Engineering/Electronics, Computer, Telecommunications and Information Technology (ECTI-CON2007), May 2007.

● Panraphee Raphiphan, Wasan Pattara-Atikom, and Passakon Prathombutr, “A Survey of Travel Time Estimation Techniques Based on Cellular Probes,” Proc. of NSTDA Annual Conference 2007 (NAC2007), NSTDA publishing, Pathumthani, March 2007.

● Panraphee Raphiphan, “A survey on Information Technology for Telemedicine,” KBU Journal, Vol.7, No.1, January-June 2006.

● Panraphee Raphiphan, “A Preliminary Study on Telecommunication Solution for Telemedicine for Northeastern Region of Thailand Remote Rural Areas,” Proc. of the National Conference on Computing and Information Technology (NCCIT-2005), Bangkok, May 2005. (This paper was also published in the Information Technology Journal, KMITNB)
*ข้อมูลจาก http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/54/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B5-%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C--%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99-.html

เป็นไงกันบ้างครับ ประวัติการศึกษาและการทำงานของเธอ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งสวยทั้งเก่ง อีกบทบาทในช่วงไอทียี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น ยิ่งทำให้ผมคลั่งไคล้เธอมากขึ้นไปอีก และ เธอทำให้ผมฝันหวานอยู่จนถึงทุกวันนี้ เฮ้อ คิดแล้วก็ปลง
คนต่อมาครับ คนนี้ผมกล้าพนันเลยว่าหนุ่มๆที่ได้เห็นผลงานผ่านจอทีวีแล้วไม่ชอบเธอเป็นไม่มี ก็น่ารักสดใสออกอย่างงี้ ไปดูกันเลยว่าเธอเป็นใคร

สำหรับวันนี้ ชักจะยาวไปหน่อย ขออัพรูปของเธอไว้ก่อนแล้วจะมาต่อด้วยเรื่องราวของเธอในตอนหน้าครับ เห็นรูปก็น่าจะเคลิ้มกันแล้วซินะ เอิ๊กๆๆ

ข่าวดี มีมานานแล้วครับ

กราบสวัสดีคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากห่างหายไปจากการอัพเดต​บล็อค​ไปนาน ผมก็ขออนุญาต​กลับมาทำหน้าที่อีกครั่งหนึ่ง สำหรับวั...