ความทรงจำ บางครั้งบางทีช่างน่าอภิรมย์เป็นหนักหนา อันว่าคิดถึงขึ้นมาคราใด ก็ทำให้ยิ้มได้ครึ้มใจได้เสมอๆ ความทรงจำที่ดีไม่เพียงแต่หมายถึงเรื่องดีๆที่เราจำได้ หากรวมหมายถึงความสามารถในการจดจำสิ่งต่างๆด้วย เคยสงสัยอยู่ว่าทำไมคนบางคน จดจำสิ่งต่างๆได้ดีกว่าคนอื่น ในขณะที่บางคนมีลักษณะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เราสามารถกำหนดได้หรือไม่ว่าเรา ต้องการจดจำสิ่งใด และลืมสิ่งใด เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบที่จริงจังนัก สำหรับผมเองไม่รู้สึกว่ามันมีความสำคัญกับการใช้ชีวิตมากนักเพราะช่วงชีวิตที่จำเป็นต้องอาศัย ความจำเพื่อเอื้อต่อการเรียนนั้น ได้ผ่านมานานแล้ว หากว่าสิ่งที่เรียนมานั้นผมจดจำได้ดีจนถึงทุกวันนี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ ผมเดาเอาว่าคนที่เรียนเก่งนั้น มีความสามารถในการจดจำได้ดีกว่าคนที่เรียนไม่เก่งอย่างผม การจดจำสิ่งที่ครูสอนหรือสิ่งที่เราอ่านในหนังสือได้แม่นยำ ผมว่าย่อมได้เปรียบ บางคน ที่เคยเห็นมา สามารถจำเนื้อหาบทเรียนได้ด้วยการอ่านเพียงรอบเดียว บางคนกลับต้องการมากกว่านั้นอาจสอง สาม หรือสี่รอบ กว่าจะจำได้ ผมเลยสรุปเอาเองของผมอย่างที่บอกไป
หากพูดถึงความทรงจำที่เลวร้าย สำหรับตัวผมเองหากสามารถเลือกที่จะลืมได้ คงเลือกที่จะลืม ในขณะที่บางคน เลือกที่จดจำไว้ เพื่อเป็นบทเรียน เป็นเครื่องเตือนใจ หรืออะไรก็ตามแต่ นั้นก็เป็นสิ่งดี ในแบบฉบับของคนคนนั้น
ไม่ว่า ความทรงจำ จะดีหรือไม่ดี ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสุขสมหวังในชีวิตหรอก ประสบการณ์ที่ดีประสบการณ์ที่เลวร้าย คนที่จำเก่งเรียนเก่งก็ไม่ได้สุขสมหวังในชีวิตกันทุกคน ช่างไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนเลยที่จะชี้ชัดลงไป ความทรงจำ ช่วยเราในการดำเนินชีวิตได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหนก็ตาม และมันก็ทำลายชีวิตเราได้เช่นกัน ผมเชื่อเช่นนั้น
อันเนื่องมาจากภาพยนต์ ความจำสั้น แต่รักฉันยาว เป็นหนังไทยที่ผมประทับใจครับ รวมๆก็คือ ชอบครับ แม้เนื้อหาที่เขียนจะไม่เกี่ยวกับหนังก็ตามเถอะ
ที่ไหนๆก็ได้ ขอให้เราชอบก็พอ ไม่ต้องรอให้ตายก่อนก็ไปได้ ทั้งโลกแห่งความจริงและโลกสมมุติ ที่ๆทุกอย่าง เป็นไปอย่างที่เรา อยากให้เป็น
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ความรื่นรมย์
ชีวิตมนุษย์เรานี้ มีหลากหลายแง่มุม วันนี้เราจะพูดถึงความสบายอกสบายใจของมนุษย์กันซักนิด อันว่าเกิดมาแล้วเติบโตมาแล้ว คนเราได้เรียนรู้ รับรู้สิ่งต่างๆมากมายจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว ยังผลให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์ความรู้สึก กับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ใดๆที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น บางครั้ง เรารู้สึกสบายใจกับวิวสวยๆ การได้คุยกับคนอื่นอย่างถูกคอ กินอาหารที่อยากกิน ได้ไปในที่ที่อยากไป นอนฟังเพลงที่ชอบ หรือแม้แต่การอยู่คนเดียวเงียบๆ หลากหลายมากมายที่มนุษย์เรา ได้หาความสุขให้กับตนเอง ความรื่นรมย์เล็กๆน้อยๆเหล่านี่ เป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นกับเราทุกๆวัน อาจเป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที เอาไว้ถ่วงดุลกับความเครียดและกดดัน จากสารพันปัญหา ให้เราได้มีเวลาผ่อนคลาย สบายๆกับทุกๆเรื่อง ปล่อยวางลงซักพัก ก็คงดี
ยังมีความรื่นรมย์อีกหนึ่งชนิดที่ผู้เขียนอยากนำเสนอ เป็นความรื่นรมย์ที่ไม่พึงประสงค์ คืออย่างไร หาใช่สิ่งเดียวกับความรื่นรมย์ข้างต้นที่กล่าวมาไม่ แต่เป็นความรื่นรมย์บนความทุกข์ระทมของตัวเองและผู้อื่นนั่นเอง
หากเรามองแนวคิดนี้เป็นพลวัติ การกระทำสิ่งใดหรือไม่ทำสิ่งใดของเรานั้น ย่อมจะส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นๆ ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นมากน้อยก็ให้พิจารณากันตามเหตุปัจจัย ในบางเวลา บางพื้นที่ ย่อมมีรายละเอียด มีบริบทที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงต่างกันสุดขั้ว เหล่านั้นนั่นเอง จึงอาจทำให้ความรื่นรมย์กับความขมขื่นกลายเป็นสิ่งๆเดียวกัน กล่าวคือ สิ่งรื่นรมย์ในวันนี้ เมื่อวันเวลาผ่านไปบริบท ปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนไปการทำหรือไม่ทำในสิ่งเดียวกันนั้นอาจกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องทุกข์ทนขมขื่นก็เป็นได้
อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้เป็นแนวคิดส่วนตัว เป็นสมมุติฐานที่ตั้งขึ้นมาแต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เพราะตัวแปรต่างๆที่จะนำมาสังเกตุศึกษานั้นเลือนลอยเกินที่จะควบคุม และวัดปริมาณได้ อาจจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่ไม่แปลก เพราะผู้เขียนเอง บางครั้งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ฟังดูอาจจะวกวน ก็ผมน่ะคนนะครับ ขนาดกาแฟยังคนเลย
ไปน้ำขุ่นๆอย่างงี้ ก็ยังดีกว่าไม่มีไรเขียน
ยังมีความรื่นรมย์อีกหนึ่งชนิดที่ผู้เขียนอยากนำเสนอ เป็นความรื่นรมย์ที่ไม่พึงประสงค์ คืออย่างไร หาใช่สิ่งเดียวกับความรื่นรมย์ข้างต้นที่กล่าวมาไม่ แต่เป็นความรื่นรมย์บนความทุกข์ระทมของตัวเองและผู้อื่นนั่นเอง
หากเรามองแนวคิดนี้เป็นพลวัติ การกระทำสิ่งใดหรือไม่ทำสิ่งใดของเรานั้น ย่อมจะส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นๆ ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นมากน้อยก็ให้พิจารณากันตามเหตุปัจจัย ในบางเวลา บางพื้นที่ ย่อมมีรายละเอียด มีบริบทที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงต่างกันสุดขั้ว เหล่านั้นนั่นเอง จึงอาจทำให้ความรื่นรมย์กับความขมขื่นกลายเป็นสิ่งๆเดียวกัน กล่าวคือ สิ่งรื่นรมย์ในวันนี้ เมื่อวันเวลาผ่านไปบริบท ปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนไปการทำหรือไม่ทำในสิ่งเดียวกันนั้นอาจกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องทุกข์ทนขมขื่นก็เป็นได้
อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้เป็นแนวคิดส่วนตัว เป็นสมมุติฐานที่ตั้งขึ้นมาแต่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เพราะตัวแปรต่างๆที่จะนำมาสังเกตุศึกษานั้นเลือนลอยเกินที่จะควบคุม และวัดปริมาณได้ อาจจะเข้าใจยากซักหน่อย แต่ไม่แปลก เพราะผู้เขียนเอง บางครั้งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ฟังดูอาจจะวกวน ก็ผมน่ะคนนะครับ ขนาดกาแฟยังคนเลย
ไปน้ำขุ่นๆอย่างงี้ ก็ยังดีกว่าไม่มีไรเขียน
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เสรีภาพและความรับผิดชอบ
เสรีภาพ เป็นสิ่งที่พึงปรารถณา ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ล้วนต้องการสิ่งนี้เฉกเช่นเดียวกัน เสรีภาพในการใช้ชีวิต การแสดงออก ความเชื่อมั่นศรัทธา การเรียนรู้ การเลี้ยงชีพ การพักผ่อนหย่อนใจฯลฯ เมื่อทุกคนใช้สิทธิเสรีภาพกันอย่างเต็มที่ โดยขาดความรับผิดชอบ ย่อมก่อเกิดความขัดแย้งขึ้นได้เสมอ เมื่อความต้องการในสิ่งเดียวกัน แต่สิ่งนั้นกลับมีไม่พอต่อความต้องการ สภาวะเช่นนี้ หากมองจากภาพรวมๆของสังคมมนุษย์ จะสังเกตุได้ว่า ความพยายามในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าหน่วยสังคมนั้นจะมีขนาดเล็กสุดหรือระดับประเทศ นั้นในท้ายที่สุด จะมีทั้งผู้สมหวัง และผิดหวังจากการคาดหวังในเสรีภาพดังกล่าว ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นเช่นไร ทั้งหมดคือกระบวนการในการหาสมดุลของชีวิตซึ่งไม่มีจุดสิ้นสุด โดยแท้แล้วจริงผลการแข่งขัน ต่อสู้ที่ออกมาจะน่าพอใจหรือไม่ก็ตาม แต่เราก็ควรเรียนรู้ที่จะรับความจริงอย่างกล้าหาญ ผู้ชนะไม่ได้อยู่บนบัลลังก์ชั่วนิรันดร์ ผู้แพ้ใช่จะแพ้ตลอดกาล การฝึกฝนและพัฒนาตนเองจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอยู่เนืองนิจ ถึงวันนั้นผู้ผิดหวังก็ควรสมหวังได้บ้าง
ผู้ที่ชนะในการต่อสู้ มักเป็นผู้มีต้นทุนทางสังคมมากกว่าคนอื่นเสมอ เช่น มีอำนาจ มีเงิน มีบารมี มีศรัทธาจากผู้คน น้อยนักที่ผู้มีความรู้ความสามารถโดยแท้จริง จะเข้าเส้นชัยได้เป็นที่หนึ่งเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆที่มีผลต่อการต่อสู้แข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพนั้น มีมากมายนับไม่ถ้วน แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า ดวง หรือโชคชะตา ก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ผู้ที่อยู่ยอดบนสุดของพีรามิดชีวิต จะมีเสรีภาพมากว่าคนที่อยู่ต่ำลงมาไหม เป็นไปได้หรือไม่ว่า ผู้ชนะการแข่งขันมีสิทธิ อภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่นๆ คำถามเหล่านี้อาจไม่ต้องการคำตอบ หากเราพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ การต่อสู้เรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมจึงแทบเป็นเรื่องไม่จำเป็น แต่หากว่าเราโดนละเมิดสิทธิเสรีภาพ โดยผู้ละเมิดอ้างคำว่า เสรีภาพ เช่นเดียวกัน อย่างงี้ถึงเวลาวุ่นวายแล้ว
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยเห็นคนระดับสูงละเมิดสิทธิคนระดับล่างมาก็เยอะ คนระดับล่างละเมิดคนระดับสูงมาก็ไม่น้อย ระดับเดียวกันละเมิดกันเองก็มี ดังนั้นพอจะมองเห็นว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิ การเอารัดเอาเปรียบกันนั้น ไม่ได้บ่งชี้ว่า ปัญหามาจากคนระดับไหน ฐานะทางสังคมการศึกษสูงต่ำ หรือเชื้อชาติศาสนาใดเลย ไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย
สภาพวะอันตึงเครียดข้างต้นนี้ น่าจะบรรเทา เบาลงได้ด้วยคำพูดเท่ๆเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น หน้าที่และความรับผิดชอบ จิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน สุดท้ายน่าจะเป็นคำว่า "ให้อภัย" แต่ คนที่ ให้อภัย ก็คงไม่อยากให้บ่อยๆพร่ำเพรือหรอก จริงไหมครับ
เสรีภาพอันปราศจากความรับผิดชอบนั้น เป็นอันตรายอย่างยิ่ง มันจะนำความหายนะมาสู่สังคมมนุษย์ได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักแต่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เรียกร้องสิ่งที่ตนต้องการ แต่มักไม่รู้จักหน้าที่ของตน "หน้าที่" อันที่จะมี "ความรับผิดชอบ" เป็นตัวกำกับในการทำหน้าที่ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ ให้สมราคากับสิ่งที่ตนเรียกร้องต้องการ "เสรีภาพ" จึงควรมาพร้อมกับ "ความรับผิดชอบ" ด้วย จึงจะสมเหตุสมผล
ผู้ที่ชนะในการต่อสู้ มักเป็นผู้มีต้นทุนทางสังคมมากกว่าคนอื่นเสมอ เช่น มีอำนาจ มีเงิน มีบารมี มีศรัทธาจากผู้คน น้อยนักที่ผู้มีความรู้ความสามารถโดยแท้จริง จะเข้าเส้นชัยได้เป็นที่หนึ่งเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆที่มีผลต่อการต่อสู้แข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพนั้น มีมากมายนับไม่ถ้วน แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า ดวง หรือโชคชะตา ก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ผู้ที่อยู่ยอดบนสุดของพีรามิดชีวิต จะมีเสรีภาพมากว่าคนที่อยู่ต่ำลงมาไหม เป็นไปได้หรือไม่ว่า ผู้ชนะการแข่งขันมีสิทธิ อภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่นๆ คำถามเหล่านี้อาจไม่ต้องการคำตอบ หากเราพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ การต่อสู้เรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมจึงแทบเป็นเรื่องไม่จำเป็น แต่หากว่าเราโดนละเมิดสิทธิเสรีภาพ โดยผู้ละเมิดอ้างคำว่า เสรีภาพ เช่นเดียวกัน อย่างงี้ถึงเวลาวุ่นวายแล้ว
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยเห็นคนระดับสูงละเมิดสิทธิคนระดับล่างมาก็เยอะ คนระดับล่างละเมิดคนระดับสูงมาก็ไม่น้อย ระดับเดียวกันละเมิดกันเองก็มี ดังนั้นพอจะมองเห็นว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิ การเอารัดเอาเปรียบกันนั้น ไม่ได้บ่งชี้ว่า ปัญหามาจากคนระดับไหน ฐานะทางสังคมการศึกษสูงต่ำ หรือเชื้อชาติศาสนาใดเลย ไม่มีข้อจำกัดใดๆเลย
สภาพวะอันตึงเครียดข้างต้นนี้ น่าจะบรรเทา เบาลงได้ด้วยคำพูดเท่ๆเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น หน้าที่และความรับผิดชอบ จิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน สุดท้ายน่าจะเป็นคำว่า "ให้อภัย" แต่ คนที่ ให้อภัย ก็คงไม่อยากให้บ่อยๆพร่ำเพรือหรอก จริงไหมครับ
เสรีภาพอันปราศจากความรับผิดชอบนั้น เป็นอันตรายอย่างยิ่ง มันจะนำความหายนะมาสู่สังคมมนุษย์ได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักแต่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เรียกร้องสิ่งที่ตนต้องการ แต่มักไม่รู้จักหน้าที่ของตน "หน้าที่" อันที่จะมี "ความรับผิดชอบ" เป็นตัวกำกับในการทำหน้าที่ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ ให้สมราคากับสิ่งที่ตนเรียกร้องต้องการ "เสรีภาพ" จึงควรมาพร้อมกับ "ความรับผิดชอบ" ด้วย จึงจะสมเหตุสมผล
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ออนไลน์
นับตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ผมครุ่นคิดถึงการใช้คอมฯเครื่องใหม่นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และถ้าเป็นไปได้มันควรสร้างรายได้ ได้ด้วย ผมมองไปที่งานกราฟฟิกดีไซน์บ้าง งานเขียนโปรแกรมสำเร็จรูปบ้าง หรือแม้แต่งานด้านดูแลระบบเครือข่าย ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ผมมีทักษะด้านดังกล่าวน้อยจะถึงขั้นน้อยมากๆ กะเอาว่าจะมาเรียนรู้เอาทีหลัง ไปๆมาๆผมกลับมาวนเวียนอยู่กับวังวนเก่าๆที่เคยเป็นมา ไม่สามารถบังคับตัวเองให้แข็งใจไม่ให้เสียเวลากับการคุยกับคนหลายๆคน ที่แทบจะไม่เคยเห็นหรือพูดคุยกันได้เลยในชีวิตจริง ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ คุยเรื่องอะไรก็ไม่รู้ โกหกรึเปล่าก็ยากจะแยกแยะ หลายคำถามผุดขึ้นในห้วงความคิด กระตุ้นเตือนให้สำนึกรู้ว่าทำอะไรอยู่ ทำๆไม ได้ประโยชน์อะไรบ้าง
แม้กระนั้น เวลาที่เสียไป มันก็ไม่ได้สูญเปล่าซะทีเดียว ผมได้เรียนรู้หลายอย่างเมื่อได้พูดคุยกับผู้คนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสำคัญกว่าอย่างอื่น ผมได้กลับมาสู่จุดมุ่งหมายหลักได้อย่างไม่ยากเย็น ขุมทรัพย์ทางปัญญาอันหาที่สิ้นสุดไม่ได้นี้ ไม่เคยมลายหายไปกับกาลเวลา มันยังรอผู้แสวงหาความหลุดพ้น จากความไม่รู้ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์หรือศิลป์ใดๆ ก็มีบันทึกอย่างมากมายไว้รอผู้มาศึกษา หาวิชาความรู้อยู่เสมอ ผมเองคงให้ความสำคัญกับเครือข่ายออนไลน์มากไปซักหน่อย แต่ก็ไม่ลืมสื่อความรู้แบบดังเดิมแต่อย่างใด บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บันทึกต่างๆที่เขียนด้วยมือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ก็ยังคงทรงอิทธิพลอยู่ สื่อแขนงต่างๆทั้งหลายนั้นอาศัยพึ่งพิงกันอยู่ ดังระบบนิเวศอันหลากหลายด้วยสิ่งมีชีวิต ที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นเช่นนี้เสมอมา และน่าจะคงสภาวะเช่นนี้ไปอีกนาน จนกว่า... จนกว่า... จะเปลี่ยน ละมั้ง
แม้กระนั้น เวลาที่เสียไป มันก็ไม่ได้สูญเปล่าซะทีเดียว ผมได้เรียนรู้หลายอย่างเมื่อได้พูดคุยกับผู้คนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสำคัญกว่าอย่างอื่น ผมได้กลับมาสู่จุดมุ่งหมายหลักได้อย่างไม่ยากเย็น ขุมทรัพย์ทางปัญญาอันหาที่สิ้นสุดไม่ได้นี้ ไม่เคยมลายหายไปกับกาลเวลา มันยังรอผู้แสวงหาความหลุดพ้น จากความไม่รู้ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์หรือศิลป์ใดๆ ก็มีบันทึกอย่างมากมายไว้รอผู้มาศึกษา หาวิชาความรู้อยู่เสมอ ผมเองคงให้ความสำคัญกับเครือข่ายออนไลน์มากไปซักหน่อย แต่ก็ไม่ลืมสื่อความรู้แบบดังเดิมแต่อย่างใด บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บันทึกต่างๆที่เขียนด้วยมือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ก็ยังคงทรงอิทธิพลอยู่ สื่อแขนงต่างๆทั้งหลายนั้นอาศัยพึ่งพิงกันอยู่ ดังระบบนิเวศอันหลากหลายด้วยสิ่งมีชีวิต ที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นเช่นนี้เสมอมา และน่าจะคงสภาวะเช่นนี้ไปอีกนาน จนกว่า... จนกว่า... จะเปลี่ยน ละมั้ง
วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
อันความกรุณาปราณี
การแบ่งปันน้ำใจให้ผู้ที่ด้อยกว่า นับเป็นสิ่งที่ควรกระทำด้วยใจบริสุทธิ์ ผู้ให้ น่าจะรู้สึกถึงความอิ่มเอมใจ จากการให้ ไม่ใช่สูญเสียไปเพราะการเสียสละ หรือให้ด้วยความจำใจ นั้นไม่น่าใช่เรื่องดี ทั้งต่อตัวผู้ให้และผู้รับ
ความรู้สึกดีๆที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรือแม้แต่สัตว์โลกต่างสายพันธุ์ทั้งหลายนั้น นับเป็นกุศลจิตที่ควรสนับสนุนยกย่อง น่าเศร้าหากมีคนบางประเภท ที่ชอบหาประโยชน์จากคนที่มีจิตเป็นกุศลอยู่ร่ำไป หลายครั้งที่ผมทำบุญโดยที่ผมไม่ได้อยากทำ แต่ทำเพราะ"ต้องทำ"เพราะจำใจ นั้นคือผมทำบุญไปด้วยจิตอันไม่เป็นกุศลนั้นเอง ผมจึงมองเห็นคุณค่าในการทำบุญแบบนั้นด้อยลง จนคิดว่า ถ้าทำสิ่งที่เป็นเหตุแห่งความเดือดเนื้อร้อนใจแล้ว เราจะทำไปทำไมกัน พระท่านว่า ความตระหนี่ถี่เหนี่ยว บรรเทาได้ด้วยการแบ่งปัน ให้ทาน ในจิตใจอันคับแคบของผม ความรักอาจช่วยให้ดีขึ้นได้ รักแบบพระเจ้ารักมนุษย์ แบบพระพุทธองค์รักสรรพสัตว์ทั้งหลาย การจะทำให้ตนเองคิดอย่างนั้นได้จริง ต้องมีจิตใจที่สูงส่งเพียงไหน ผมเองก็จินตนาการไปไม่ถึง อย่างไรเสียผมไม่ได้กังวลกับมันมากนัก มีคนมากมายพร้อมที่จะให้คนอื่นโดยไม่มีข้อแม้ และแม้ไม่มีผมรวมอยู่ในนั้น โลกก็ยังคงหมุนไป ความรักยังมี ความดียังอยู่เหมือนเช่นเดิมที่มันเคยมีเคยเป็น หากสลับเปลี่ยนถ่ายเทไปสู่รูปแบบอื่น คนอื่นๆชีวิตอื่นๆ ให้ได้มีประสบการณ์ที่แช่มชื่นหัวใจบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นไร วันที่ผมจะรู้สึกอยาก "ให้" ด้วยใจบริสุทธิ์ ย่อมจะผ่านวนเวียนมาผมบ้างเป็นครั้งคราว หรือจะผ่านมาบ่อยๆเลย ก็อาจจะเป็นได้ น่าจะอย่างงั้นนะ
ความรู้สึกดีๆที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรือแม้แต่สัตว์โลกต่างสายพันธุ์ทั้งหลายนั้น นับเป็นกุศลจิตที่ควรสนับสนุนยกย่อง น่าเศร้าหากมีคนบางประเภท ที่ชอบหาประโยชน์จากคนที่มีจิตเป็นกุศลอยู่ร่ำไป หลายครั้งที่ผมทำบุญโดยที่ผมไม่ได้อยากทำ แต่ทำเพราะ"ต้องทำ"เพราะจำใจ นั้นคือผมทำบุญไปด้วยจิตอันไม่เป็นกุศลนั้นเอง ผมจึงมองเห็นคุณค่าในการทำบุญแบบนั้นด้อยลง จนคิดว่า ถ้าทำสิ่งที่เป็นเหตุแห่งความเดือดเนื้อร้อนใจแล้ว เราจะทำไปทำไมกัน พระท่านว่า ความตระหนี่ถี่เหนี่ยว บรรเทาได้ด้วยการแบ่งปัน ให้ทาน ในจิตใจอันคับแคบของผม ความรักอาจช่วยให้ดีขึ้นได้ รักแบบพระเจ้ารักมนุษย์ แบบพระพุทธองค์รักสรรพสัตว์ทั้งหลาย การจะทำให้ตนเองคิดอย่างนั้นได้จริง ต้องมีจิตใจที่สูงส่งเพียงไหน ผมเองก็จินตนาการไปไม่ถึง อย่างไรเสียผมไม่ได้กังวลกับมันมากนัก มีคนมากมายพร้อมที่จะให้คนอื่นโดยไม่มีข้อแม้ และแม้ไม่มีผมรวมอยู่ในนั้น โลกก็ยังคงหมุนไป ความรักยังมี ความดียังอยู่เหมือนเช่นเดิมที่มันเคยมีเคยเป็น หากสลับเปลี่ยนถ่ายเทไปสู่รูปแบบอื่น คนอื่นๆชีวิตอื่นๆ ให้ได้มีประสบการณ์ที่แช่มชื่นหัวใจบ้าง ก็ไม่เห็นเป็นไร วันที่ผมจะรู้สึกอยาก "ให้" ด้วยใจบริสุทธิ์ ย่อมจะผ่านวนเวียนมาผมบ้างเป็นครั้งคราว หรือจะผ่านมาบ่อยๆเลย ก็อาจจะเป็นได้ น่าจะอย่างงั้นนะ
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ความว่างเปล่ากับความเหงา
สองสิ่งข้างต้น มักมาคู่กัน เมื่อจิตใจมนุษย์ไม่เข้มแข็งพอที่จะอยู่กับความว่างเปล่าในจิตใจ ก็มักจะโหยหาสิ่งใดๆก็ตาม เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากสภาวะนั้น บางครั้งผู้เขียนก็ประสบพบพานบ้าง เป็นครั้งคราว วิธีจัดการกับความเหงานั้น มนุษย์มักนึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ น้อยคนนักจะตระหนักว่า ในท้ายที่สุด ตัวเรานั้นเอง จะเป็นผู้กำหนดว่า เราต้องการผู้อื่นมาเติมเต็ม หรือว่าเราแค่รับรู้ว่า มันเป็นเพียงหนึ่งสภาวะของจิตใจ ที่จะวนเวียนมาสู่ชีวิตเรานับครั้งไม่ถ้วน และแน่นอนที่สุด เมื่อมันผ่านเข้าเอง มันย่อมไปได้เองเช่นเดียวกัน แต่การเข้าใจและยอมรับซึ่งนำไปสู่แนวทางจัดการกับสภาวะทางจิตใจที่ว่านี่ ใช่ว่าจะทำกันได้ง่าย อาจต้องใช้เวลา และบททดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงทฤษฎี การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่มีความสามารถแบบนั้น สิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกนี้ต่างมีบรรพบุรุษที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค บททดสอบเพื่อให้ตนเองและเผ่าพันธุ์นั้นอยู่รอดกันแทบทั้งสิ้น หากมองในแง่หนึ่ง เราสามารถได้ประโยชน์จากความเหงาได้เช่นเดียวกัน ช่วงเวลาเหล่านี้ เราอาจจะมองเห็น คนที่ห่วงใยเรา ปรากฏตัวออกมา มักจะไม่ใช่ใครที่ไหนอื่นไกล และมักจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่เรามองข้ามความสำคัญของเขาเสมอๆ และพวกเขาก็แวดล้อมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกเมื่อเชื่อวัน คนในครอบครัวเรานี่เอง น่าเศร้าหากเราไม่เคยมีคนเหล่านั้นอยู่เลยในชีวิต
เรากินอาหารเพื่ออยู่รอด มีมิตรภาพ ความผูกพัน มีสายสัมพันธ์เพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ชีวิตในบางแง่มุมช่างเรียบง่าย ผ่อนคลาย ผมรู้สึกดีใจที่ผมได้ค้นพบมันด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกกล่าว ผมอยากมีความรู้สึกแบบนั้น ทุกๆวันมันคงจะวิเศษไปเลย
เรากินอาหารเพื่ออยู่รอด มีมิตรภาพ ความผูกพัน มีสายสัมพันธ์เพื่อหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ชีวิตในบางแง่มุมช่างเรียบง่าย ผ่อนคลาย ผมรู้สึกดีใจที่ผมได้ค้นพบมันด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกกล่าว ผมอยากมีความรู้สึกแบบนั้น ทุกๆวันมันคงจะวิเศษไปเลย
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
กลับมาอีกครั้ง
เวลาผมมีมากมาย แต่ไม่มีอะไรจะถ่ายทอด คุณอาจเคยประสบปัญหาเช่นนี้ ผมไม่ได้เขียนนานมากเลย ถ้าทำงานบริษัท คงโดนไล่ออก จะว่าไป ไม่ใช่ว่าไม่มีไรเขียนหรอก มันมีมากมาย แต่ตามที่ผมเคยกล่าวไว้ในบทความก่อนๆ ว่าควรกลั่นกรองมากๆก่อน ออกมาสู่สายตาผู้อ่าน จะสัพเพเหระอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอให้ตนและผู้อื่นไม่เดือดร้อนว่างั้นเถอะ อันหลังนี้แหละคุณมันทำยากจริง ๆ การคิด พูดหรือทำอะไรโดยไม่มีผลกระทบต่อใครๆนั้น มันเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แม้แต่สื่อสารมวลชนมืออาชีพทุกแขนง ยังต้องเจอสภาวะเช่นนี้อยู่ตลอดเวลา
ผมบอกกับตัวเองเมื่อสักครู่ว่า ควรมีวินัยในการทำงานมากว่านี้ ผมเห็นด้วยทุกประการโดยไม่ตั้งข้อสงสัยมันควรเป็นเช่นนั้น บทความจะสั้นยาว (หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่) ควรจะมีออกมาให้อ่านทุกวันนัยว่า มีดยิ่งหมั่นลับ นั้นย่อมยิ่งคมเช่นนั้นแล รู้วิธีการสู่ความสำเร็จทุกอย่าง แต่ทำตามอย่างที่รู้ไม่ได้ อุปมาดังเหมือนคนไม่รู้อะไรเลย อะไรทำนองนั้น พูดไปพูดมา แก้ที่ไหนดี จบแค่นี้ดีกว่า
ผมบอกกับตัวเองเมื่อสักครู่ว่า ควรมีวินัยในการทำงานมากว่านี้ ผมเห็นด้วยทุกประการโดยไม่ตั้งข้อสงสัยมันควรเป็นเช่นนั้น บทความจะสั้นยาว (หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่) ควรจะมีออกมาให้อ่านทุกวันนัยว่า มีดยิ่งหมั่นลับ นั้นย่อมยิ่งคมเช่นนั้นแล รู้วิธีการสู่ความสำเร็จทุกอย่าง แต่ทำตามอย่างที่รู้ไม่ได้ อุปมาดังเหมือนคนไม่รู้อะไรเลย อะไรทำนองนั้น พูดไปพูดมา แก้ที่ไหนดี จบแค่นี้ดีกว่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ข่าวดี มีมานานแล้วครับ
กราบสวัสดีคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากห่างหายไปจากการอัพเดตบล็อคไปนาน ผมก็ขออนุญาตกลับมาทำหน้าที่อีกครั่งหนึ่ง สำหรับวั...
-
รับปากกับข้า ว่าเอ็งจะยึดมั่นอยู่ในศีลธรรม อย่าได้ใช้ดนตรีไปในทางที่เสื่อม คิดเอาดีเอาเด่น หักหาญผู้อื่นเป็นขาด และต่อแต่นี้...
-
ฟอร์เรสท์ กัมพ์ อัจฉริยะปัญญานิ่ม (Forrest Gump) เป็นภาพยนตร์แนวชีวิต - เบาสมอง ที่ออกฉายใน ค.ศ. 1994...
-
กราบสวัสดีคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากห่างหายไปจากการอัพเดตบล็อคไปนาน ผมก็ขออนุญาตกลับมาทำหน้าที่อีกครั่งหนึ่ง สำหรับวั...